บทกลอนเกี่ยวกับครู
ครู…
ใครคือครูครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์
ปณิธานเพื่อคนอื่นใช่ตัวเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู
(เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)
เปลวเทียน…
เปลวเทียนละลายแท่ง
เพื่อเปล่งแสงอันอำไพ
ชีวิตมลายไป
เหลือสิ่งใดไว้ทดแทน
ชีวิตไร้สาระขณะนี้
ยังไม่สายเกินที่จะแก้ไข
แม้นชีวิตเหลือน้อยลงเพียงใด
ควรภูมิใจ ที่ได้ทำดีทัน
มีใครเห็นหรือไม่ เป็นไรเล่า
ตัวของเราควรทำดีที่สร้างสรรค์
มีใครเห็นหรือไม่ ไม่สำคัญ
ใจเรานั้น รู้ว่าดี เท่านี้พอ
บูชาครู
กลิ่นหญ้าแพรกดอกมะเขือเจือกลิ่นธูป
เพื่อรำลึกถึงคุณครูผู้พลีกาย
ก่อเป็นรูปวันพิธีมีความหมาย
สองมือหมายปั้นศิษย์ตนเป็นคนดี
ขอปวงศิษย์ร่วมใจให้เป็นหนึ่ง
กระทำซึ่งสิ่งดีดีที่เกื้อหนุน
สำรวจจิตสำรวมกายให้เป็นบุญ
ทดแทนคุณแด่ปวงครูผู้ปราณี
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดรู้แก่นสาร
รู้อ่านเขียนเพียรสู้รู้สร้างงาน
ปณิธานสอนศิษย์ให้เป็นคน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดด้วยความดีมีเหตุผล
อุดมการณ์ เพื่อส่วนใหญ่ใช่ส่วนตน
ศิษย์ทุกคนน้อมบูชาค่าของครู
พระคุณครู
แม้ครูแม้นแผ่นฟ้าสูงกว่าสูง
ศิษย์คือยูงเยี่ยมฟ้าเวหาหาว
แม้ครูเหมือนเดือนแรงแสงสกาว
ศิษย์คือดาวเด่นอยู่คู่ดวงเดือน
แม้ครูแม้นแผ่นภพครบคุณค่า
ศิษย์คือหญ้ายิ่งดูมีอยู่เกลื่อน
แม้ครูคล้ายสายน้ำความเย็นเยือน
ศิษย์เสมือนมัจฉาพาสราญ
แม้ครูคล้ายสายลมที่พรมพลิ้ว
ศิษย์คือริ้วระลอกกระฉอกฉาน
แม้ครูคล้ายสายฝนหล่นตามกาล
ศิษย์เปรียบปานป่าไม้สวนไร่นา
แม้ครูคล้ายไม้ที่มีผลดก
ศิษย์คือนกเนาอยู่รู้คุณค่า
แม้ครูเป็นเช่นธรรมพระสัมมา
ศิษย์คือสาวกนำธรรมสืบไป
แม้ครูเหมือนเรือนตายหมายมั่นอยู่
ศิษย์คือผู้พร้อมมาพักอาศัย
แม้ครูเป็นเช่นแรงแสงเทียนชัย
ศิษย์ย่อมไม่มืดมนทุกหนทาง
พระคุณครูผู้ให้จึงใหญ่ยิ่ง
ไม่เคยทิ้งทอดศิษย์คิดเหินห่าง
แต่ศิษย์กลับลับหายเหมือนวายวาง
ปล่อยครูแจวเรือจ้างอย่างช้ำใจ
(ส. เชื้อหอม)
เทียน
กลางความมืดยืดยาวหนาวฉะนี้
เทียนริบหรี่ดวงหนึ่งพึ่งทอแสง
จากดวงหนึ่งจุดต่อไปไฟจึงแรง
แม้ลมแกล้งก็มิหวั่นอันตราย
แสงเทียนทองส่องสว่างทางชีวิต
ส่องความคิดความรู้ครูทั้งหลาย
จากหัวใจใสสว่างงามพร่างพราย
จุดประกายการศึกษามหาชน
เทียนย่อมร้อนย่อมไหม้เพื่อให้แสง
ยิ่งไฟแรงยิ่งสลายละลายหล่น
น้ำตาเทียนเปรียบค่าน้ำตาคน
อุทิศตนมิได้หวังในรางวัล
เทียนคือครูผู้ให้ไฟชีวิต
ให้ความรู้คู่ความคิดแก่ศิษย์ขวัญ
จงให้แสงแรงกล้าร่วมฝ่าฟัน
จงพร้อมกันจุดบูชาค่าของครู
รวมบทกลอนรำลึกพระคุณครู
กลิ่นหญ้าแพรกดอกมะเขือเจือกลิ่นธูป
ก่อเป็นรูปวันพิธีมีความหมาย
เพื่อระลึกนึกถึงครูผู้พลีกาย
ปาเจราเปล่งมาด้วยเคารพ
โหนตุแด่คุณครูมิรู้คลาย
รู้อยู่แก่ใจสุดซึ้งพวกเธอดื้อ
ซื้อเพราะรัก เพราะห่วง ดังดวงใจ
เธอเป็นใครไม่สำคัญ
จะรักและพันผูก
สองมือหมายปั้นศิษย์ตนเป็นคนดี
จริยาน้อมนบทบถวาย
คุณุตตราไหว้นุสาสักการะคุณ
ครูขอซื้อด้วยศีลธรรมจะได้ไหม
อยากให้รู้ครูเมื่อย เหนื่อยเพราะเธอ
สำหรับครูนั้นเธอคือลูก
จะสอนลูกให้เป็นคนดี
บางครั้งครูรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้า
บางครั้งอยากบอกว่าหมดกำลังใจ
บางครั้งท้อแท้กับศิษย์ที่ไม่เอาไหน
บางครั้งอยากจะร้องไห้กับศิษย์ที่ซุกซน
บางครั้งคิดว่าจะไม่บ่น – คิดว่าจะไม่สน
ไม่อยากอดทน – แต่ก็สับสนกับตัวเอง
แต่เกรงว่าวันหน้าศิษย์ไม่รู้ –
ทั้งผู้คนอาจลบหลู่และข่มเหง
จึงพยายามพร่ำสอนศิษย์ด้วยตนเอง –
เพื่อรีบเร่งให้ศิษย์ได้เป็นคนดี
ศิษย์รักคือความหวัง
ดุจพลังอันโดดเด่น
พร่ำสอนทุกเช้าเย็น
ถึงลำเค็ญก็สู้ทน
เพียงศิษย์เกิดปัญญา
เพื่อวันหน้าไม่หมองมั่น
เหนื่อยนักหรือขัดสน
เฝ้าทนไม่ท้อถ้อย
อยากเห็นเจ้าได้ดี
มีศักดิ์ศรีไม่ต่ำต้อย
ชีวิตครูไม่เลิศลอย
หวังศิษย์น้อยก้าวหน้าไป
ครูคือ แสงทองชีวิต
ครูคือ ดวงจิตอันสูงค่า
ครูคือ ผู้ที่ให้วิชา
ครูคือ ผู้ที่พาเราก้าวไกล
ครูคือ ยานวิเศษลำไม่น้อย
ครูคือ ผู้ที่คอยเอาใจใส่
ครูคือ หลักนำประจำใจ
ครูคือ หลักชัยของชีวิต
สูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดู
ถูกครูซึ่งปลูกวิชามาแต่หลัง
ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง
อย่าโอหังบังอาจประมาทครู
หน้าที่ครูใช่เพียงมาสอน
แต่อาทรห่วงศิษย์เป็นนิสัย
เฝ้าอบรมบ่มศิษย์ด้วยจิตใจ
เพื่อช่วยให้เยาวชนเป็นคนดี
คุณครูจำโปรดทราบไว้สักนิด
ว่าดวงจิตของศิษย์คนึงหา
เคารพรักเชิดชูและบูชา
เช่นมารดาบิดของศิษย์เอง
แม้บางครั้งคุณครูจะหงุดหงิด
สั่งสอนศิษย์ด้วยจิตคล้ายข่มเหง
ศิษย์ทั้งกลัวทั้งเศร้าทั้งยำเกรง
ศิษย์ผิดเองทำครูให้ไม่สบายใจ
ขอคุณครูผู้มีคุณการุณย์ศิษย์
โปรดจงช่วยอโหสิกรรมศิษย์ทำไว้
ปลดเปลื้องบาปออกไปจากายใจ
โปรดอภัยพลั้งแต่หลังมา
นับแต่นี้ศิษย์ฝึกตนเริ่มต้นใหม่
สำรวยกายวาจาใจให้แน่หนา
ไม่ให้ผิดคุณครูผู้เมตตา
ขอสัญญา “พุทธบุตร” หยุดต่ำทราม
สักวันหนึ่งเธอจะรู้ว่าครูรัก
สักวันหนึ่งจักประจักษ์เป็นสักขี
สักวันหนึ่งเธอจะรู้ว่าครูดี
สักวันหนึ่งคงได้ดีเพราะเชื่อครู
ครูคือ ผู้อบรม บ่มนิสัย
เป็นเทียนไข ส่องสว่าง สู่ทางฝัน
ครูเป็นนัก แก้ปัญหา สารพัน
ช่วยสร้างสรรค์ สังคม ให้ร่มเย็น
ชั่วชีวิต ของครู คือผู้ให้
ไม่เคยหวัง ว่าจะได้ หรือดีเด่น
ชีวิตครู สู้ตรากตรำ อย่างลำเค็ญ
เพียงเพื่อเห็น ความสัมฤทธิ์ ของศิษย์ตน
ครูเป็นครู ทุกยาม ในความคิด
อบรมศิษย์ และสอนสั่ง ใช่หวังผล
ไม่ว่าศิษย์ จะยากดี มีหรือจน
ครูทุกคน ห่วงใยเขา เท่าเท่ากัน
ศิษย์เอ๋ยพ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า
ชาติหวังกำลังฝีมือ
ครูเล่าหวังเจ้าสร้างชื่อ
เจ้าคือความหวังทั้งมวล
หากโลกนี้มีเพียงเสียงหัวเราะ
โลกนี้จึงมีน้ำตามาคลอเครือ
คงไม่เหมาะสมนักคนจักเบื่อ
หลั่งรินเพื่อรดหัวใจไม่ให้เซ็ง
ขอเพียงเธอรู้คุณค่ารู้หน้าที่
ขอเพียงเธอใฝ่ศรัทธาค่าชีวิต
ขอเพียงมีใจพันผูกชี้ถูกผิด
ก็มีสิทธิ์ปั้นกรวดดินเป็นจินดา
ถึงสูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดูถูก
ครูซึ้งปลูกวิชามาแต่หลัง
ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง
อย่าโอหังบังอาจประมาทครู
หน้าที่ครูใช้ว่าเพียงมาสอน
แต่อาทรห่วงศิษย์เป็นนิสัย
เฝ้าอบรมบ่มศิษย์ด้วยจิตใจ
เพื่อช่วยให้เยาวชนเป็นคนดี
เขาว่าไผ่หนาบางยังต่างปล้อง
พี่กับน้องต่างใจใช่ฉงน
จะเลวบ้างดีบ้างก็คือคน
อย่างน้อยๆ ร้อยคนยังร้อนใจ
เธอเป็นใครไม่สำคัญ
สำหรับครูนั้นเธอคือลูก
จะรักและพันผูก
สั่งสอนลูกเป็นคนดี
รู้อยู่แก่ใจสุดซึ้งพวกเธอดื้อ
ครูขอซื้อด้วยศีลธรรมจะได้ไหม
ซื้อเพราะรักเพราะหวงดั่งดวงใจ
จงจำไว้ครูเหนื่อยเมื่อยเพราะเธอ
ศิษย์รักคือความหวัง
ดุจพลังอันโดดเด่น
พร่ำสอนทุกเช้าเย็น
ถึงลำเค็ญก็สู้ทน
เพียงศิษย์เกิดปัญญา
เพื่อวันหน้าไม่หมองหม่น
เหนื่อยนักหรือขัดสน
ครูเฝ้าทนไม่ท้อถอย
อยากเห็นเจ้าได้ดี
มีศักดิ์ศรีไม่ต่ำต้อย
ชีวิตครูไม่เลิศลอย
หวังศิษย์น้อยก้าวหน้าไป
