คู่มือพิธีกร คู่มือบรรยาย คู่มืออบรม

บทพูดรายการขอขมาบูชาครู

บทพูดรายการขอขมาบูชาครู

ทุกคนยึดตัวตรง ๆ ดำรงสติให้มั่น หลับตา…… หายใจเข้าลึกๆ….. หายใจออกยาวๆ… แล้วตั้งใจฟัง ธรรมบรรยายต่อไปนี้ เพื่อขอขมาบูชาคุณครู ใครที่คิดว่าตนเองไม่พร้อมที่จะร่วมรายการนี้ หรือคิดว่าจะทนนั่งฟังไม่ได้ แค่ประมาณ 40 นาทีนี้ เธอไม่สามารถที่จะทนนั่งฟังรายการนี้ได้ ก็ขอเชิญเธอออกไปนั่งข้างนอก แต่ถ้าเธอคิดว่า พวกเธอรักคุณครู อยากกราบขอขมาคุณครูของเธอ ขอให้เธอนั่งนิ่งๆ แล้วตั้งใจฟัง ธรรมบรรยายต่อไปนี้.

…ฟังเสภาคุณครูก่อน… พอจบลงให้พูดก่อน

ก่อเป็นรูป วันพิธี มีความหมาย
สองมือหมาย ปั้นศิษย์ตน เป็นคนดี
กลิ่นหญ้าแพรก ดอกมะเขือ เจือกลิ่นธูป
เพื่อระลึก นึกถึงครู ผู้พลีกาย
ปาเจรา เปล่งมา ด้วยเคารพ
โหนตุแด่ คุณครู มิรู้คลาย
จริยา น้อมนบ ทบถวาย
คุณุตตรา ไหว้นุสา สักการะคุณ

ทุกคนในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครตาม ต้องมีครูเป็นผู้สั่งสอน ที่เราเขียนตัว อักษรกอไก่ถึงฮอนกฮูกได้ อ่านออกเขียนได้ก็เพราะใคร หากไม่ใช่ผู้ที่ได้ชื่อว่าครู ขนาดพระอาจารย์เอง ทุกข์วันนี้ พระอาจารย์ยังคงนึกระลึกถึงบุญคุณของครูอยู่เสมอ ตั้งแต่ครูคนแรกที่จับมือพระอาจารย์เขียนตัวหนังสือ พระอาจารย์อ่านออกเขียนได้ก็เพราะใคร

เมื่อไม่นานมานี้ พระอาจารย์กลับไปเยี่ยมบ้านที่ต่างจังหวัด พระอาจารย์ได้ไปเจอครูแก่ๆ คนหนึ่ง ซึ่งเคยสอนพระอาจารย์ตั้งแต่อยู่ ป.1 ครูคนนี้ปัจจุบันก็ยังคงสอนนักเรียนอยู่รุ่นแล้วรุ่นเล่า เมื่อส่งนักเรียนถึงฝั่งแล้วก็บ่ายหน้าไปรับลูกศิษย์รุ่นต่อไป พระอาจารย์เลยเดินเข้าไปทัก ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบ คนแก่คนนี้ ได้ก้มลงกราบที่เท้าพระอาจารย์ รู้ไหมนักเรียน พระอาจารย์แทบจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ ครูที่สอนให้พระอาจารย์อ่านออกเขียนได้ กลับต้องมากราบแทบเท้าพระอาจารย์ แทนที่จะเป็นพระอาจารย์ต้องไปก้มกราบที่เท้าของท่าน ขอบคุณท่าน ถ้าไม่มีท่านคงไม่มีพระอาจารย์ในวันนี้ แต่พระอาจารย์ทำไม่ได้ เนื่องจากสถานะภาพของพระอาจารย์เป็นพระ พระอาจารย์ก็ได้แต่ระลึกถึงบุญคุณท่านเสมอ เขาจึงบอกว่า

ครูคือแสงทองนำชีวิต
ครูคือดวงจิตอันสูงค่า
ครูคือผู้ที่ให้วิชา
ครูคือผู้ที่พาเราก้าวไกล
ครูคือยานวิเศษลำไม่น้อย
ครูคือผู้ที่คอยเอาใจใส่
ครูคือหลักนำประจำใจ
ครูคือหลักชัยของชีวิต…..เรียกครู

วันนี้ พวกเธอมีโอกาสดีแล้ว โอกาสอย่างนี้หาได้ไม่ง่ายนัก ให้พวกเธอตั้งใจฟังให้ดี “ครู” มาจากภาษาบาลีว่า ครุ ที่แปลว่า หนัก ดังนั้น ครูจึงเป็นผู้ที่หนักแน่น ผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังของความสำเร็จของคนทั้งโลก เราจึงมั่นใจได้เลยว่าการกราบครูนี้เป็นสิ่งที่ดีแท้ มองมาข้างหน้าสิครับ มองดูที่แววตาของท่าน ว่า ขณะนี้ ท่านกำลังมีความสุขหรือความทุกข์ ท่านยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่องานนี้

หลายคนคิดว่าพระอาจารย์คงจะเหนื่อย แต่คนที่เหนื่อยกว่าพระอาจารย์หลายเท่าคือ ครูอาจารย์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าพวกเราขณะนี้ พระอาจารย์เหนื่อยแค่ 2 คืน 3 วัน แต่ท่านเหนื่อยกับการเตรียมงานมาเป็นแรมปี ใกล้จะสิ้นสุดการอบรมแล้วลูก มองหน้าท่านซิว่า ตอนนี้ท่านมีความสุขหรือความทุกข์ที่เห็นลูกศิษย์ของท่านตั้งใจฟัง ท่านไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ของพวกเรา ไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่ท่านก็เป็นห่วงใยเราตลอดมา เธอจะเป็นคนดีหรือคนเลว เธอจะเป็นคนโง่หรือฉลาด สอนยากขนาดไหน ครูก็รักเธอเหมือนกันหมด อยากให้เธอได้ดีมีความเจริญในชีวิต แม้วันนั้นครูไม่อยู่แล้วก็ตาม

เธอเป็นใครไม่สำคัญ
สำหรับครูนั้นเธอคือลูก
จะรักและพันผูก
สั่งสอนลูกให้เป็นคนดี

หลายคนมองครูเป็นแค่เรือจ้าง พอถึงฝั่งแล้วก็ถีบหัวเรือส่ง ทั้งๆ ที่พวกเราดื้อแค่ไหนซนแค่ไหน ครูก็ยังทนสอนตลอดมา ไม่ทอดทิ้ง บางครั้งเธอมองเห็นท่านเป็นศัตรู เมื่อท่านตีเธอหรือลงโทษเธอ

ลูก ๆที่รักครับ ไม่มีครูคนใดที่มีความสุขเมื่อตีลูกศิษย์ ไม่มีครูคนไหนที่สบายใจเมื่อลูกศิษย์เป็นคนเลว นักเรียนรู้ไหม บางครั้งครูรักพวกเธอ ดูแลพวกเธอ ใส่ใจพวกเธอมากกว่าลูกแท้ๆของครูอีก

ถามว่า เวลาครูตีเธอ ทำโทษเธอ ดุด่าว่ากล่าวตักเตือน เงินเดือนครูเพิ่มขึ้นไหม ตำแหน่งเพิ่มขึ้นไหม บางครั้งครูต้องแอบมานั่งร้องไห้ เมื่อตีเด็กไป มีแต่นักเรียนเท่านั้นแหล่ะ ที่พากันเกลียดชัง ด่าท่านลับหลัง นินทาท่าน พากันแกล้งท่าน ไม่สนใจในคำสั่งสอนท่าน พูดจาเสียดแทงท่าน เวลาครูท่านตีนิดตีหน่อย ก็พากันโกรธ เดินสะบัดหน้าใส่ ทำตัวเป็นนักเลงใส่ท่าน นี่หรือคือกิริยาอาการของคนดี และน้ำใจของลูกศิษย์ที่ดี ที่ทำกับคุณครูผู้ที่ให้ความรู้แก่พวกเธอ

หลายลำแล้วใช่ไหมที่เราโดยสารเรือเพื่อข้ามฝาก เราไม่ได้นั่งเรือลำนั้นเปล่า ๆ ยังวิ่งเล่นบนเรือลำนั้น เราขูดเราขีดเรือลำนั้น บางครั้งเธอยังพากันขากถุยน้ำลาย ลงบนเรือลำนั้น พอข้ามฟากได้ก็ไม่เคยเหลียวแล เรือจ้างลำนั้นก็ต้องบ่ายหน้าเพื่อไปรับผู้โดยสารคนต่อไปคนแล้วคนเล่า

รู้อยู่แก่ใจสุดซึ้งพวกเธอดื้อ
ครูขอซื้อด้วยศีลธรรมจะได้ไหม
ซื้อเพราะรักเพราะหวงดั่งดวงใจ
จงจำไว้ครูเหนื่อยเมื่อยเพราะเธอ
ศิษย์รักคือความหวัง
ดุจพลังอันโดดเด่น
พร่ำสอนทุกเช้าเย็น
ถึงลำเค็ญก็สู้ทน
เพียงศิษย์เกิดปัญญา
เพื่อวันหน้าไม่หมองหม่น
เหนื่อยนักหรือขัดสน
ครูเฝ้าทนไม่ท้อถอย
อยากเห็นเจ้าได้ดี
มีศักดิ์ศรีไม่ต่ำต้อย
ชีวิตครูไม่เลิศลอย
หวังศิษย์น้อยก้าวหน้าไป

จะต้องให้ครู ทนทุกข์ทรมานอีกนานแค่ไหนกับพฤติกรรมเลว ๆ กับคำด่าว่าเมื่อสอนนักเรียนไม่ได้ดี ทุกคน ครูนี้ก็ช่างน่าสงสารนัก สอนนักเรียนดีเป็นร้อยเป็นพัน ไม่เคยมีใครเอ่ยปากชม แต่ถ้าวันใดสอนนักเรียนได้ดีไม่หมด แค่เลวคนเดียวก็โดนด่าโดนว่าทันที จะต้องลำบากอีกนานสักแค่ไหนกับการหวังดีกับคนที่ไม่เคยเห็นความดีตรงนี้เลย

บางคนโดนครูว่า ครูทำโทษนิดหน่อย ก็ไปบอกพ่อบอกแม่ จะให้พ่อให้แม่มาเอาครูคนนั้นออกจากโรงเรียนให้ได้ ใช่สิ พ่อเธอใหญ่ ครูจะไปสู้อะไรได้ ทั้งที่ครูทำไปทั้งหมดนั้นก็เพื่อใคร ถ้าไม่ใช่เพื่ออยากจะให้พวกเธอเป็นคนดี ไม่เป็นที่รังเกียจของสังคม

บางครั้งครูรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้า
บางครั้งอยากจะบอกว่าหมดกำลังใจ
บางครั้งก็ท้อแท้กับศิษย์ที่ไม่เอาไหน
บางครั้งอยากจะร้องให้กับศิษย์ที่ซุกซน
บางครั้งครูคิดว่าจะไม่บ่น
คิดว่าจะไม่สน
คิดว่าจะไม่อดทน
แต่ก็สับสนกับตัวเอง
แต่เกรงว่าวันข้างหน้าศิษย์ไม่รู้
ทั้งผู้คนอาจลบหลู่และข่มเหง
จึงพยายามพร่ำสอนศิษย์ด้วยตนเอง
เพื่อรีบเร่งให้ศิษย์ได้เป็นคนดี

คงเป็นบาปกรรมของครู ที่จะต้องลำบากใจกับศิษย์รุ่นแล้วรุ่นเล่า มันมากมายเหลือเกิน แต่ครูก็เต็มใจ มีความสุข แค่เธอตั้งใจนะลูกนะ ท่านคงจะหายเหนื่อยไปตั้งครึ่งหนึ่ง จบแล้วเธอจะมาเยี่ยมท่านอีกหรือไม่ เจอท่านแล้วไม่ทักไม่ยกมือไหว้ ท่านไม่เสียใจท่านไม่ว่าหรอกลูก แต่ท่านคงจะทุกข์ใจเสียใจ เมื่อทราบว่าลูกศิษย์ของท่านเป็นคนเลว ไม่รักตัวเอง ทำลายอนาคตของตนเอง

ถึงสูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดูถูก
ครูซึ่งปลูกวิชามาแต่หลัง
ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง
อย่าโอหังบังอาจประมาทครู
หน้าที่ครูใช่เพียงมาสอน
แต่อาทรห่วงศิษย์เป็นนิสัย
เผ้าอบรมบ่มศิษย์ด้วยจิตใจ
เพื่อช่วยให้เยาวชนเป็นคนดี

ครูแก่ ๆ คนหนึ่ง แอบยิ้มยินดีกับเธออยู่เบื้องหลังเงียบ ๆ เมื่อในวันที่เธอเรียนจบ รับปริญญา คงจะมีคนยินดีกับเธอล้อมหน้าล้อมหลังเธอ แต่เธอไม่รู้หรอกว่า คนเดียว หากวันใดเธอล้มเหลว หมดหวัง เดินเข้ามาเถอะลูก ครูเก่า ๆ คนนี้แหล่ะจะคอยปลอบประโลมใจ คอยช่วยเหลือเธอเสมอ

ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครู คือ ผู้ชี้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงรู้สู้สร้างงาน
ครู คือ ผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ปลูกสำนึกสั่งสมอุดมการณ์
สร้างดวงมาลย์เพื่อมวลชนใช้ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้บูชาครู

ทุกคนตั้งใจประนมมือขึ้น มองหน้าและแววตาท่าน คงจะเพียงพอแล้วกับความลำบากกาย ลำบากใจ ที่ผ่านมา กับความเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ท้อแท้กับศิษย์ที่ไม่เอาไหน เราจะมาตั้งใจขอขมาในสิ่งที่เราสร้างขึ้นไว้กับคุณครูจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ประนมมือขึ้น แล้วตั้งใจฟังบทเพลงนี้ (เปิดพระคุณที่สาม)

ต่อไปนี้พระอาจารย์จะให้พวกเราออกมากราบครูของพวกเธอ กราบทีละท่าน โดยกราบไปที่ตักของท่าน ตั้งใจนะ การกราบครั้งนี้ เพื่อเป็นการกราบเพื่อขอขมาในความผิดพลั้งแต่หลังมา เราจะเดินออกมาเป็นแถว (ให้นักเรียนแถวตอนลึกแถวที่หนึ่งทั้งหมดยืนขึ้น และเดินออกมากราบครู เมื่อเดินมาใกล้ถึงที่โต๊ะครูนั่ง ให้นักเรียนนั่งคุกเข่าลง กราบครูตั้งแต่คนแรกไปจนถึงครูคนสุดท้าย ใครที่กราบครูเสร็จแล้วให้กลับไปนั่งที่เดิมของตนเอง และประนมมือไว้ จนกว่าเพื่อนของเราทุกคนจะกราบเสร็จ อย่าลืมบอกคุณครูให้พรแก่ลูกศิษย์ด้วยนะ ลูบหัวเบาๆ โรงเรียนคือบ้าน ครูอาจารย์เหมือนพ่อแม่) …..เพลงประกอบตอนกราบคุณครู… ตามรอยไม้เรียว, ครูในดวงใจ, ฉันรักคุณครู, เปลวเทียน, นางฟ้าบ้านไพร, แม่พิมพ์ของชาติ, ครูกระดาษทราย

(ให้ครูกับนักเรียนออกมากล่าวความรู้สึก ถ้ามีเวลาพอ) นั่งตัวตรงอีกนิดซิ พระอาจารย์จะให้พวกเราหมอบกราบอีกครั้งหนึ่ง พร้อม ๆ กัน เราจะไม่เงยหน้าขึ้นมาจนกว่าจะจบเพลง เอ้า ทุกคนหมอบกราบลงไป


(เพลงกราบเท้าครูอาจารย์) ขณะที่เด็กกราบอยู่ให้พระวิทยากรพูดแทรกตามจังหวะดนตรี….

คุณครูจำโปรดทราบไว้สักนิด
ว่าดวงจิตของศิษย์คนึงหา
เคารพรักเชิดชูและบูชา
เช่นมารดาบิดาของศิษย์เอง
แม้บางครั้งคุณครูจะหงุดหงิด
สั่งสอนศิษย์ด้วยจิตคล้ายข่มเหง
ศิษย์ทั้งกลัวทั้งเศร้าทั้งยำเกรง
ศิษย์ผิดเองทำครูให้ไม่สบายใจ
ขอคุณครูผู้มีคุณการุณย์ศิษย์
โปรดจงช่วยอโหสิกรรมศิษย์ทำไว้
ปลดเปลื้องบาปออกไปจากกายใจ
โปรดอภัยพลั้งแต่หลังมา
นับแต่นี้ศิษย์ฝึกตนเริ่มต้นใหม่
สำรวมกายวาจาใจให้แน่หนา
ไม่ให้ผิดคุณครูผู้เมตตา
ขอสัญญา “พุทธบุตร” หยุดต่ำทราม

เพลงจบลง….นักเรียนกราบเสร็จแล้ว… พูดต่อ

ทุกคนเงยหน้าขึ้นสิลูก นั่งให้เรียบร้อย แต่ท่านเห็นลูกตั้งใจในวันนี้ท่านก็หายเหนื่อยแล้วลูก

ขอเพียงเธอรู้คุณค่ารู้หน้าที่
ขอเพียงเธอใฝ่ศรัทธาค่าชีวิต
ขอเพียงมีใจพันผูกชี้ถูกผิด
ก็มีสิทธิ์ปั้นกรวดดินเป็นจินดา
พ่อแม่หวังพึ่งพาเจ้า
ชาติหวังกำลังฝีมือ
ครูเล่าหวังให้สร้างชื่อ
เจ้าคือความหวังทั้งมวล
หากโลกนี้มีเพียงเสียงหัวเราะ
คงไม่เหมาะสมนัก คนจักเบื่อ
โลกนี้จึงมีน้ำตามาคลอเครือ
หลั่งรินเพื่อ รดหัวใจ มิให้เซ็ง
สักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าครูรัก
สักวันหนึ่งคงประจักษ์เป็นสักขี
สักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าครูดี
สักวันหนึ่งคงได้ดีเพราะเชื่อ..ครู

ขอเสียงปรบมือดัง ๆ ให้แก่คณะครูอาจารย์ อีกครั้งครับ

เสร็จ เชิญคณะครูอาจารย์กลับไปนั่งที่ เข้าสู่รายการอื่นต่อไป

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube