กลิ่นหญ้าแพรกดอกมะเขือเจือกลิ่นธูป
เพื่อระลึกนึกถึงครูผู้พลีกาย
ก่อเป็นรูปวันพิธีมีความหมาย
สองมือหมายปั้นศิษย์ตนเป็นคนดี
จริยาน้อมนบทบถวาย
ปาเจราเปล่งมาด้วยเคารพ
โหนตุแด่คุณครูมิรู้คลาย
ดื้อ รู้อยู่แก่ใจสุดซึ้งพวกเธอ
ซื้อเพราะรัก เพราะหวง ดังดวงใจ
เธอเป็นใครไม่สำคัญ
คุณุตตราไหว้นุสาสักการะคุณ
ครูขอซื้อด้วยศีลธรรมจะได้ไหม
อยากให้รู้ครูเมื่อย เหนื่อยเพราะเธอ
สำหรับครูนั้นเธอคือลูก
จะรักและพันธ์ผูก
สอนลูกให้เป็นคนดี
บางครั้งครูรู้สึกเหนื่อยและเมื่อยล้า
บางครั้งอยากบอกว่าหมดกำลังใจ
บางครั้งท้อแท้กับศิษย์ที่ไม่เอาไหน
บางครั้งอยากจะร้องไห้กับศิษย์ที่ซุกซน
บางครั้งคิดว่าจะไม่บ่น – คิดว่าจะไม่สน
ไม่อยากอดทน – แต่ก็สับสนกับตัวเอง
แต่เกรงว่าวันหน้าศิษย์ไม่รู้
ทั้งผู้คนอาจลบหลู่และข่มเหง
จึงพยายามพร่ำสอนศิษย์ด้วยตนเอง
เพื่อรีบเร่งให้ศิษย์ได้เป็นคนดี
ศิษย์รักคือความหวัง – ดุจพลังอันโดดเด่น
พร่ำสอนทุกเช้าเย็น – ถึงลำเค็ญก็สู้ทน
เพียงศิษย์เกิดปัญญา – เพื่อวันหน้าไม่หมองม่น
เหนื่อยนักหรือขัดสน – เผ้าทนไม่ท้อถ้อย
อยากเห็นเจ้าได้ดี – มีศักดิ์ศรีไม่ต่ำต้อย
ชีวิตครูไม่เลิศลอย – หวังศิษย์น้อยก้าวหน้าไป
ครูคือ แสงทองชีวิต
ครูคือ ดวงจิตอันสูงค่า
ครูคือ ผู้ที่ให้วิชา
ครูคือ ผู้ที่พาเราก้าวไกล
ครูคือ ยานวิเศษลำไม่น้อย
ครูคือ ผู้ที่คอยเอาใจใส่
ครูคือ หลักนำประจำใจ
ครูคือ หลักชัยของชีวิต
ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครู คือ ผู้ชี้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้อยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงรู้สู้สร้างงาน
ครู คือ ผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ปลูกสำนึกสั่งสมอุดมการณ์
สร้างดวงมาลย์เพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่
สร้างคนจริงสร้างคนกล้าสร้างคนเก่ง
สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้บูชาครู
สูงเยี่ยมเทียมฟ้าอย่าดู
ศิษย์ไร้ครูอยู่ได้ไม่จีรัง
หน้าที่ครูใช่เพียงมาสอน
ถูกครูซึ่งปลูกวิชามาแต่หลัง
อย่าโอหังบังอาจประมาทครู
แต่อาทรห่วงศิษย์เป็นนิสัย
เผ้าอบรมบ่มศิษย์ด้วยจิตใจ
เพื่อช่วยให้เยาวชนเป็นคนดี
คุณครูจ๋าโปรดทราบไว้สักนิด
ว่าดวงจิตของศิษย์คนึงหา
เคารพรักเชิดชูและบูชา
เช่นมารดาบิดาของศิษย์เอง
แม้บางครั้งคุณครูจะหงุดหงิด
สั่งสอนศิษย์ด้วยจิตคล้ายข่มเหง
ศิษย์ทั้งกลัวทั้งเศร้าทั้งยำเกรง
ศิษย์ผิดเองทำครูให้ไม่สบายใจ
ขอคุณครูผู้มีคุณการุณย์ศิษย์
โปรดจงช่วยอโหสิกรรมศิษย์ทำไว้
ปลดเปลื้องบาปออกไปจากายใจ
โปรดอภัยพลั้งแต่หลังมา
นับแต่นี้ศิษย์ฝึกตนเริ่มต้นใหม่
สำรวมกายวาจาใจให้แน่หนา
ไม่ให้ผิดคุณครูผู้เมตตา
ขอสัญญา “พุทธบุตร” หยุดต่ำทราม
สักวันหนึ่งเธอจะรู้ว่าครูรัก
สักวันหนึ่งเธอจะรู้ว่าครูดี
สักวันหนึ่งจักประจักษ์เป็นสักขี
สักวันหนึ่งคงได้ดีเพราะเชื่อครู
เราได้มีโอกาสได้กราบครู ตั้งใจนะลูก ทุกคนในโลกนี้ไม่ว่าจะเป็นใคร ทุกคนก็ต้องมีครูเป็นผู้สั่งสอน เราอ่านออกเขียนได้ครูทั้งนั้น ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของคนทั้งชาติ จึงมั่นใจได้ว่าการกราบครูนี้เป็นสิ่งที่ดีแท้
มองมาข้างหน้าซิ บุคคลเหล่านี้ใคร ครูของเราใช่ไหม ท่านยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อมีงานนี้ หลายคนคิดว่าพระอาจารย์คงจะเหนื่อย แต่คนที่เหนื่อยมากกว่าพระอาจารย์หลายเท่าคือ ครูอาจารย์ พระอาจารย์เหนื่อยแค่ไม่กี่วัน แต่ท่านต้องเหนื่อยกับพวกเราเป็นแรมปี ใกล้จะสิ้นสุดการอบรมแล้วลูก มองท่านซิ ท่านมีความสุขหรือความทุกข์ที่เห็นลูกศิษย์ของท่านตั้งใจ
ท่านไม่ใช่พ่อใช่แม่ของพวกเราท่านไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่ท่านก็เป็นห่วงพวกเรา ห่วงใยตลอดเวลา เธอจะเป็นคนดีคนเลว คนโง่หรือคนฉลาด ครูก็รักเหมือนกันหมด อยากให้เธอไปดีมีความเจริญในชีวิต แม้ครูไม่อยู่แล้วก็ตาม
หลายคนมองครูเป็นแค่เรื่องจ้าง พอถึงฝั่งแล้วก็ถีบหัวเรือส่ง ทั้ง ๆ ที่พวกเธอแสนดื้อแสนซนแค่ไหน ครูก็อดทนสอนตลอดมา ไม่ทอดทิ้ง บางครั้งเธอมองเห็นท่านเป็นศัตรู เมื่อท่านตีเธอหรือลงโทษเธอ เธอโกรธ เธอด่าเขาในใจ บางครั้งเธอเถียงเขา พระอาจารย์อยากจะบอกว่า ไม่มีครูคนใด
ชีวิตของคุณครูเหนื่อยล้าท้อแท้ ขอให้ลูกศิษย์ทั้งหลายมองดูหน้าของคุณครูของเธอไว้ มองดูแววตาของคุณครูดูสิ ครูคนแรกจับมือเขียน ก ไก่ ข ไข่
ชีวิตของคุณครูเหมือนเรือจ้าง คุณครูมีอุดมการณ์อยู่ว่า เธอจะเป็นลูกใครไม่สำคัญ ต้นกล้าน้อยๆ สักวันคงจะโตขึ้นยืนหยัดต่อสู้กับโลกภายนอกได้
สักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าครูรัก
สักวันหนึ่งคงประจักเป็นสักขี
สักวันหนึ่งคงจะรู้ว่าครูดี
สักวันหนึ่งคงได้ดีเพราะคุณครู
กลิ่นหญ้าแพรกดอกมะเขือเจือกลิ่นธูป
ก่อเป็นรูปวันพิธีมีความหมาย
เพื่อรำลึกนึกถึงครูผู้พลีกาย
สองมือหมายปั้นศิษย์ตนเป็นคนดี
ปาเจรา เปล่งมาด้วยเคารพ
จริยา น้อมนบทบถวาย
โหนติ แด่คุณครูมิรู้คลาย
คุณตรา ร่ายนุสาสการคุณ
ขอปวงศิษย์ร่วมใจให้เป็นหนึ่ง
กระทำซึ่งสิ่งที่ดีดีที่เกื้อหนุน
สำรวมกายให้เป็นบุญ
ทดแทนคุณแด่ปวงครูผู้ปราณี
ครูสอนพูดสอนทำนำให้คิด
ให้ชีวิตมีเสน่ห์ดังเลขา
สอนให้ศิษย์ได้รู้ดีมีปัญญา
ทุกวิชามีคุณครูเป็นผู้นำ
อาจริยา ทักขิณา ทิสา
“ครูอาจารย์เหมือนทิศเบื้องขวา”
บางครั้งรู้สึกเหน็ดเหนื่อยและเมื่อยล้า
บางครั้งครูอยากจะบอกว่าหมดกำลังใจสอน
บางครั้งครูก็ท้อแท้กับศิษย์ที่ไม่เอาไหน
บางครั้งครูอยากจะร้องไห้กับศิษย์ที่ซุกซน
บางครั้งคุณครูคิดว่าจะไม่อยากบ่น
บางครั้งครูคิดว่าจะไม่อยากสน
บางครั้งครูคิดว่าจะเลิกอดทน
บางครั้งครูก็สับสนต่อตนเอง
แต่เกรงว่าวันหน้าศิษย์จะไม่รู้หนังสือ
ทั้งผู้คนอาจลบหลู่และข่มเหง
จึงพยายามพร่ำสอนด้วยตนเอง
เพื่อรีบเร่งให้ศิษย์ได้กระทำดี
อนาคตเด็กไทยฝากใครหนอ
ครูดีพอสอนได้ไม่อดสู
เอาธูปเทียนดอกไม้ใส่พานดู
กราบเท้าครูผู้มีจิตคิดเมตตา
สองมือเกรงแข็งขันปั้นลูกศิษย์
รู้จักคิดและรู้จักแก้ปัญหา
คิดสิ่งที่ดีทำสิ่งที่ถูกปลูกปัญญา
เพื่อช่วยพาชาติเราก้าวหน้าเดิน
อันคุณครูผู้สอนประสาทวิทย์
บรรดาศิษย์ทั่วไปไม่เลือกหน้า
จาก ก.ไก่ ข.ไข่ เป็นต้นมา
จนเพิ่มพูนปัญญาปรีชาเชาว์
วิชาโลกวิชาธรรมครูพร่ำสอน
ทุกบทตอนสารพันกันโง่เขลา
ศิษย์ฉลาดปราชญ์เปรียบกระจกเงา
ขอเพียงเห็นศิษย์ดีมีคุณค่า
ครูหลับตาลงได้หายสงสัย
เพราะคนดีอยู่ที่ไหนได้รู้ใจ
ไม่ทำให้เศร้าหมองครองคนดี
ขอให้ศิษย์เป็นเด็กดีมีธรรมะ
ขอให้ศิษย์สละกรรมที่ทำไว้
ขอให้เป็นคนดีมีน้ำใจ
อย่าทำตามสิ่งยั่วยวนชวนผิดไป
เธอจงทำตัวดีมีคุณค่า
สร้างปัญญาเรียนรู้คู่คำสอน
จงจดจำใส่ใจครูให้พร
เป็นคำสอนวอนบอกออกจากจิต
เพียงก้าวเท้าห่างก็คิดถึง
เสมือนหนึ่งสายใยรั้งใจฉัน
ขณะที่เร่าต่างคนจะห่างกัน
หัวใจครูอันอ่อนเริ่มคลอนแคลน
เหนื่อยทั้งกายเพลียทั้งใจให้ความรู้
พระคุณครูผู้สั่งระวังสอน
หลายบทเรียนคุณครูฝึกนึกทุกตอน
ศิษย์อาวรณ์หมั่นรำลึกสำนึกคุณ
ศิษย์ขอกราบลงที่ตักพร้อมรักมั่น
จะขยันการศึกษาและสังคม
คุณธรรม ความรู้ สุดชื่นชม
เร่งระดมความก้าวหน้ามุ่งฝ่าฟัน
เพราะคุณครูเหมือนพ่อแม่คนที่สอง
เราจึงต้องกราบไหว้ให้เหนือเศียร
ใจของครูสุกปลั่งดังแสงเทียน
ส่องนักเรียนให้สว่างทางวิญญาณ
สมควรยิ่งที่พวกเราเฝ้าก้มกราบ
รักซึมซาบในกรุณามหาศาล
เราจะรักคุณครูคู่จักรวาล
แม้ลมปราณสิ้นไปไม่ลืมเลย
ครูถูกด่าว่าเป็นเช่นเรือจ้าง
แล่นระหว่างสองฟากไม่ไปไหน
ให้นักเรียนนักศึกษาก้าวหน้า
ให้เป็นใหญ่เป็นโตมโหฬาร
นี่แหละงานของครูรู้ไว้เถิด
ประโยชน์เกิดแก่ประเทศยิ่งไพศาล
ศิษย์ได้ดีครูมีใจชื่นสราญ
กล้วยไม้บานออกดอกสมเจตนา
มุ่งอบรมบ่มนิสัยให้ศิษย์ดี
ความเหนื่อยยากหากมีก็ไม่ว่า
เจริญรอยตามบาทพระศาสดา
จะเรียกว่าเรือจ้างได้อย่างไร
ครูเหน็ดเหนื่อยแสนเมื่อยล้า
อุรารวดร้าวแค่ไหน
เหน็ดเหนื่อยแสนลำบากทนต่อไป
เพื่อให้ศิษย์เป็นคนดีมีน้ำใจ
กายวาจาอันใดได้พลั้งผิด
พร้อมดวงจิตรคิดชั่วต่อครูนั้น
ขออภัยหากจิตคิดพลั้งพลัน
ขอครูฉันจงเป็นสุขทุกวันคืน
ลาแล้วลาทีใช่ลาจาก
จำต้องพรากจากไปไกลแล้วหนา
จำต้องพรากจากไปไกลลับตา
ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ได้พบกัน
ให้ลูกศิษย์นึกถึงคำครูพร่ำสอน
ครั้นเข้าเรียนไม่เพียรหนี
มีคุณครูช่วยชี้แนะที่ใจดี
ช่วยบอกชี้แนวทางสว่างใจ
เมื่อจำพรากจากไกลอาลัยรัก
ด้วยความภักดิ์มิ่งไมตรีจะหนีห่าง
นับแต่นี้ต้องจากไกลในทิศทาง
แต่ใจครูไม่ขอห่างสร้างสัมพันธ์
คุณครูจ๋าโปรดทราบไว้สักนิด
ว่าดวงจิตของศิษย์คนึงหา
เคารพรักเชิดชูและบูชา
เช่นมารดาบิดาของศิษย์เอง
แม้บางครั้งคุณครูจะหงุดหงิด
สั่งสอนศิษย์ด้วยจิตใจคล้ายข่มเหง
ศิษย์ทั้งกลัวทั้งเศร้าทั้งยำเกรง
ศิษย์ผิดเองทำให้ครูไม่สบายใจ
ขอคุณครูผู้มีคุณการุณย์ด้วย
โปรดจงช่วยอโหสิกรรมศิษย์ทำไว้
ปลดเปลื้องบาปออกไปจากกายและใจ
โปรดอภัยความผิดพลั้งแต่หลังมา
นับแต่นี้ศิษย์ฝึกตนเริ่มต้นใหม่
สำรวมกายวาจาใจให้แน่นหนา
ไม่ให้ผิดต่อคุณครูผู้เมตตา
ขอสัญญาเป็นเด็กดีแด่คุณครู
ฝากบทกลอนจากใจมอบให้ศิษย์
เก็บไปคิดอีกสักครั้งยังไม่สาย
ครูทุกคนยอมเหนื่อยยากลำบากกาย
ขอเพียงหมายให้ศิษย์ได้เป็นคนดี
เธอจากไปได้ดีมีความสุข
พ้นจากทุกข์ครูดีใจให้เสมอ
แต่สิ่งที่ครูฝากจากดวงจิต
เมื่อเห็นเธอจากไปไร้ความดี
บทสุดท้ายครูขอฝากจากดวงจิต
ขอให้ศิษย์ของคุณครูทุกผู้นี้
จากครูไปให้ทุกคนเป็นคนดี
เพียงแค่นี้จากใจครูสู่กำนัล
การจากกันนั้นพลันจิตหวั่นไหว
ชลนัยน์หลั่งลงจากใบหน้า
แม้จะต้องไปเสียดายอาลัยลา
ครูหวังว่าศิษย์จากไปคงได้ดี