คู่มือพิธีกร คู่มือบรรยาย คู่มืออบรม

คำกลอนงานศพ

โลกนี้เหมือนโรงละคร

โลกนี้คือโรงละคร ปวงนิกรเราท่านเกิดมา
บางครั้งก็เศร้าบางคราวก็สุข บางทีก็ทุกข์หัวอกสะท้อน
ชีวิตเหมือนละครทุกตอนบท มีสลดโศกเศร้าเคล้าสุขสันต์
ดูละครโขนหนังแล้วยั้งจิต มองชีวิตการเล่นเช่นโขนหนัง
ต่างร่ายรำทำทีท่า ไปตามลีลาของบทละคร
มีร้างมีรักมีจากมีจร พอจบละครชีวิตก็ลา
มีหัวเราะร้องไห้รักใคร่กัน ที่สุดนั้นหลุมฝังศพจบการแสดง
มีทั้งเกมทั้งสุขทุกประดัง
ไม่ ตรงกลาลับกลับการแสดง

เจ้ามีอะไรมาจะเอาอะไรไป

ยศและลาภหาบไปมิได้แน่ เว้นเสียแต่ต้นทุนบุญกุศล
เจ้าเกิดมามีอะไรมาด้วยเจ้า ใยมัวเมาโลภมากทำบาปใหญ่
เจ้าเกิดมาก็มาแต่ตัวเปล่า ใครหอบเอาสมบัติมาก็หาไม่
เมื่อเกิดมาก็มาแต่ตัวเปล่า เมื่อตายเล่าจะเอาอะไรไปด้วยหนา
เมื่อยังไม่ตายมุ่งหมายว่าของข้า เพราะตัณหาพาจิตคิดหลงใหล
แรกเกิดมามีแต่หัวและตัวเปล่า มิได้เอาเงินทองคล้องมาด้วย

ทิ้งสมบัติทั้งหลายให้ปวงชน ร่างของตนเขายังเอาไปเผาไฟ
เจ้ามาเปล่าแล้วจะเอาอะไรไป เจ้าก็ไปตัวเปล่าเหมือนเจ้ามา
ถึงคราวจากทอดทิ้งไว้มิเอาไปติดตามไปแต่บาปบุญของตนเอง
มาอย่างไรไปอย่างนั้นอย่าสงกา อย่าหวังว่าเขาเราจะเศร้าใจ
แม้ตัวเราเขายังเอาไปเผาไฟ มีสิ่งใดเป็นของเราก็เปล่าเลย
เมื่อเป็นอยู่บากบั่นเข้าขั้นรวย ยามมอดม้วยก็ทิ้งไว้ไปแต่มือ

สังขารนั้นไม่เที่ยง

อนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง สุดจะเลี่ยงหลีกหลบไม่พบหา
ถึงรูปหล่อน่ารักสักเพียงไหน ที่สุดไซร้ก็เน่าเหม็นเป็นเหยื่อหนอน
มัจจุราชนายเราเอาไปแน่ เว้นแต่เร็วช้าอย่าสงสัย
ถึงคราวตายมิอาจขวางทางยมฑูต ใครจะพูดห้ามไว้มิได้ผล

วันเวลาคล้อยเคลื่อนเลื่อนลอยลับ ไม่เคยกลับมาอีกเหมือนหลีกหนี
โอ้สังขารไม่นานก็ราญแหลก สลายแตกตายไปเป็นผุยผง
แม้จะมีโภคะมหาศาล บริวารมากล้ำจำนวนหมื่น
แม้จะเที่ยวท่องไปในโลกหล้า แอบเมฆฟ้าเขาเขินเนินไสล
เป็นเช่นนี้แต่ปฐมบรมกัปล์ เกิดแล้วดับถ้วนหน้าประชาผอง
ได้สติครองใจไว้ฉะนี้ จะไม่มีความประมาทอาจให้ผล

เกิดมาแล้วก็ต้องตายวายชีวา ทิ้งกายาฝังไว้ในมูลดิน
ชีวิตนี้ไม่ดำรงคงถาวร ความม้วยมรณ์เท่านั้นเป็นความจริง
วันและคืนพลันดับล่วงลับไป เราก็ใกล้ป่าช้ามาทุกที
ทั่วพื้นหล้าหญิงชายตายทุกคน อย่าอิงอลมากคำเร่งทำดี
มันกลืนกินสรรพสัตว์ทั่วปฐพี ทุกชีวีควรเตรียมพร้อมก่อนยอมตาย

มีเกิดแก่แน่นักจักตายลง เป็นมั่นคงอนิจจังไม่ยั่งยืน
อายุหดหมดสิ้นทุกวันคืน มิยั่งยืนหญิงชายทุกรายไป
มัจจุราชติดตามทุกยามไป อยู่ที่ใดไม่พ้นตายอย่าหมายปอง
อนิจจังสังขารวิญญาณครอง จงเพ่งมองสัจจธรรมสำนึกตน
อำนวยสุขแก่ประชาในสากล ทุกทุกคนจำไว้ใส่ใจเอย.

ธรรมดา ของสังขาร คือการดับ

ธรรมดา ของสังขาร คือการดับ
เป็นของจริง จงจำ อย่าคร่ำครวญ
ไม่มีกลับ คืนเป็น เช่นลมหวน
สิ่งที่ควร เร่งทำ คือกรรมดี

อนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง
เกิดมาแล้วก็ต้องตายวายชีวา
สุดจะเลี่ยงหลีกหลบไม่พบหา
ทิ้งกายาฝังไว้ในมูลดิน

อนิจจัง สังขาร มันไม่เที่ยง
ถึงแม้ว่า มีเงิน เพลินพะนอ
อนิจจา สังขาร ไม่เที่ยงหนอ
มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ครู่ดับไป
เกิดเท่าไร ตายเกลี้ยง ไม่เหลือหลอ
มิอาจต่อ ติดปีก หลีกความตาย
มีเกิดก่อ พังยุบ บุบสลาย
การสลาย ดับสังขาร นั้นสุขจริง

ความดี

ดินจะกลบลบกายวายสังขาร
ไฟจะผลาญชีพให้มลายสูญ
แต่ความดีที่ทำได้ค้ำคูณ
ย่อมเทิดทูนแทนซากเมื่อจากไป

*รูปัง ชีรติ มจุจา นาม โคตฺต์ น ชีรติ*

อันร่างกายตายแล้วก็สูญสิ้น
ถมแผ่นดินหมดไปไร้ความหมาย
ส่วนชื่อเสียงชั่วดีไม่มีวาย
เป็นที่หมายกล่าวขานนิรันดร

ความตาย ; หลวงตาแพรเยื่อไม้

เมื่อตอนเช้าเคล้าชื่นระรื่นรส
พอสายหมดลมลับลงดับขันธ์
เมื่อตอนสายได้สนุกสุดสุขครัน
พอบ่ายพลันชีวาตม์ลงขาดรอน
เมื่อตอนบ่ายรายล้อมพร้อมหน้าญาติ
พอเย็นขาดชีวาลงคาหมอน
เมื่อตอนเย็นเล่นสนุกไม่ทุกข์ร้อน
พอค่ำมรณ์ ม้วยมิดอนิจจัง

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube