ธรรมเทศนา ตัวอย่างเทศน์ ตัวอย่างธรรมเทศนา

เทศนาวันอาสาฬหบูชา

พระธรรมเทศนา เนื่องด้วยการทำบุญในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา
ณ วัดสังฆรัตนาราม

บทนำและการประกาศสารนาถเป็นมรดกโลก

เทฺวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพาติ บัดนี้ จักได้แสดงพระธรรมเทศนา เนื่องด้วยการทำบุญในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เพื่อเป็นเครื่องประคับประคองฉลองศรัทธา ประดับปัญญาบารมี เพิ่มพูนกุศลบุญราศีแก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย ที่ได้มาร่วมทำบุญในศาลาอเนกประสงค์ ณ วัดสังฆรัตนารามแห่งนี้

เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา องค์การยูเนสโก้ได้ประกาศรับรองสารนาท ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ให้เป็นมรดกโลก สารนาถสถานที่แห่งนี้เป็นที่กำเนิดวันอาสาฬหบูชา เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงธรรมเป็นครั้งแรก เป็นสถานที่เกิดขึ้นของพระสงฆ์รูปแรก เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าและพระสาวกจำพรรษาเป็นครั้งแรก เป็น ๑ ใน ๔ สถานที่ที่พระพุทธเจ้ารับรองโดยพระองค์เองว่าพุทธศาสนิกชนควรได้ไปเพื่อน้อมระลึกถึงการประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก

ปฐมเทศนา ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน

ย้อนไปเมื่อ ๒๖๑๔ ปีที่ผ่านมา หลังจากพระมหาโพธิสัตว์หรือเจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเสวยวิมุตติสุขอยู่ครบ ๔๙ วันแล้ว พระองค์ได้เดินทางไปยังป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี เพื่อแสดงธรรมโปรดเหล่าปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ได้แก่ ท่านโกณฑัญญะ ท่านวัปปะ ท่านภัททิยะ ท่านมหานามะ ท่านอัสสชิ

ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ สมัยที่ยังเป็นพราหมณ์อยู่ ได้หลีกลี้หนีจากพระองค์ไปปฏิบัติกันเองที่นั่น คือป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งห่างจากสถานที่ตรัสรู้คือต้นพระศรีมหาโพธิ์ เป็นระยะทางราว ๒๓๐-๒๕๐ กิโลเมตรหากเดินทางด้วยรถยนต์ในปัจจุบันจะใช้เวลาประมาณ ๕-๖ ชั่วโมง องค์สมเด็จพระบรมศาสดาใช้เวลาเดินทาง ๑๑ วัน จึงถึงสถานที่นั้น

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้แสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คือการหมุนวนของกงล้อแห่งธรรม ที่จะนำไปสู่ความเจริญ ดังพระบาลีที่ได้ยกขึ้นในเบื้องต้นว่า เทฺวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา เป็นต้น เนื้อความประมาณว่า “ภิกษุทั้งหลาย ข้อปฏิบัติสุดโต่งสองประการนี้ เป็นสิ่งที่บรรพชิตไม่พึงปฏิบัติ ได้แก่ กามสุขัลลิกานุโยค คือข้อปฏิบัติที่ผูกพันยึดติดใน รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส และอัตตกิลมถานุโยค คือการทรมานตนจนเกินไป”

ทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา)

เมื่อทรงปฏิเสธทางสุดโต่งทั้งสองแล้ว พระองค์จึงทรงชี้หนทางอันประเสริฐ ที่เรียกว่า มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการ ได้แก่

๑. สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ): การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามความเป็นจริง เช่น การเข้าใจในอริยสัจ ๔ (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) การรู้ว่าอะไรคือบาป อะไรคือบุญ

๒. สัมมาสังกัปปะ (ความดำริชอบ): การมีความคิดที่ถูกต้อง ประกอบด้วย ความคิดที่จะออกจากกาม (เนกขัมมะ) ความคิดที่จะไม่ผูกพยาบาท และความคิดที่จะไม่เบียดเบียนผู้อื่น

๓. สัมมาวาจา (เจรจาชอบ): การพูดจาที่ถูกต้อง คือ การงดเว้นจากการพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ และพูดเพ้อเจ้อ

๔. สัมมากัมมันตะ (การกระทำชอบ): การกระทำทางกายที่ถูกต้อง คือ การงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ เบียดเบียนชีวิต งดเว้นจากการลักทรัพย์ และงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม

๕. สัมมาอาชีวะ (เลี้ยงชีพชอบ): การประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่ผิดศีลธรรม ไม่หลอกลวง และไม่ค้าขายในสิ่งที่เป็นโทษแก่ผู้อื่น

๖. สัมมาวายามะ (ความเพียรชอบ): ความพยายามในทางที่ถูก ๔ ประการ คือ เพียรระวังไม่ให้ความชั่วเกิดขึ้น, เพียรละทิ้งความชั่วที่มีอยู่, เพียรสร้างความดีที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น และเพียรรักษาความดีที่มีอยู่ให้เจริญงอกงาม

๗. สัมมาสติ (ความระลึกชอบ): การมีสติรู้ตัวอยู่เสมอ ไม่ประมาท หรือการเจริญสติปัฏฐาน ๔ (พิจารณากาย เวทนา จิต และธรรม)

๘. สัมมาสมาธิ (ความตั้งมั่นชอบ): การฝึกจิตให้สงบ ตั้งมั่น นำไปสู่การทำฌาน เพื่อเป็นฐานในการเกิดปัญญาพิจารณาความจริงอย่างถ่องแท้

อริยสัจ ๔ หัวใจสำคัญของธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ต่อจากนั้น พระองค์ทรงแสดงอริยสัจ ๔ อันเป็นหัวใจสำคัญของธัมมจักกัปปวัตนสูตร พร้อมทั้ง “หน้าที่” ที่พึงปฏิบัติต่อความจริงเหล่านั้น ได้แก่

๑. ทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ ความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ความเผชิญกับสิ่งที่ไม่รัก ปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น ล้วนเป็นทุกข์ เป็นสิ่งที่ต้องกำหนดรู้ เข้าใจและยอมรับความจริงว่าทุกข์มีอยู่

๒. สมุทัย เหตุแห่งทุกข์ ได้แก่ ตัณหา ความอยาก ความยึดติด ดิ้นรนทะยานอยากไม่รู้จักพอ เป็นสิ่งที่ต้องละเว้น ดับที่ต้นเหตุ

๓. นิโรธ ความดับทุกข์ ได้แก่ ภาวะที่จิตหลุดพ้นจากเหตุของความทุกข์ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เกิดให้มี

๔. มรรค หนทางดับทุกข์ ได้แก่ คือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ หมายถึงมรรคมีองค์ ๘ ตามที่กล่าวมาข้างต้น เป็นสิ่งที่ต้องลงมือปฏิบัติ

ดวงตาเห็นธรรมและกำเนิดพระสงฆ์รูปแรก

เมื่อจบธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ท่านโกณฑัญญะ ผู้เป็นหัวหน้าปัญจวัคคีย์ ได้เกิด “ธรรมจักษุ” หรือดวงตาเห็นธรรม ท่านได้ประจักษ์ถึงสัจธรรมอันยิ่งใหญ่ว่า… “สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวล ล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา” ท่านโกณฑัญญะจึงได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน และเป็นพระสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา ทำให้พระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บังเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก

สรุปเหตุการณ์สำคัญในวันอาสาฬหบูชา

สรุปเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในวันอาสาฬหาบูชา

๑. เกิดขึ้นในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ ก่อนวันเข้าพรรษา ๑ วัน และหลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๒ เดือน ถ้านับจากวันนี้ ก็ผ่านมาแล้ว ๒,๖๑๔ ปี

๒. เกิดขึ้นที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี แคว้นกาสี ปัจจุบันป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เรียกว่า สารนาถ ห่างจากทางเหนือของเมืองพาราณสีไปประมาณ ๙ กิโลเมตร ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย

๓. เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาเป็นครั้งแรก พระธรรมเทศนากัณฑ์นี้มีชื่อว่า “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร”

๔. เมื่อจบพระธรรมเทศนา ท่านอัญญาโกณฑัญญะ หัวหน้าปัญจวัคคีย์ ได้เกิดดวงตาเห็นธรรม บรรลุเป็นพระโสดาบัน

๕. ท่านท่านโกณฑัญญะได้กราบทูลขออุปสมบท และพระพุทธองค์ทรงประทานการบวชให้ด้วยพระองค์เอง จึงทำให้ท่านเป็นพระภิกษุสงฆ์รูปแรกในพระพุทธศาสนา

๖. จากเหตุการณ์ในวันนี้ จึงทำให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่องค์ประกอบของพระรัตนตรัยเกิดขึ้นครบถ้วนสมบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ได้แก่ พระพุทธเจ้า ผู้ตรัสรู้ธรรม พระธรรม คือสั่งสอนของพระองค์ พระสงฆ์ ผู้ฟังธรรม ผู้ปฏิบัติตามพระธรรม และทรงไว้ซึ่งพระธรรมของพระองค์ ซึ่งในที่นี้หมายถึงพระอัญญาโกณฑัญญะ

บทสรุปและคำอธิษฐานรับพร

สาธุชนทั้งหลาย เมื่อวันอาสาฬหบูชาเวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่ง จึงได้พร้อมใจกันมาร่วมบำเพ็ญกุศล ทาน ศีล ภาวนา ทำประทักษิณเวียนเทียนบูชา เพื่อน้อมรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐขององค์สมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และพระอริยสงฆ์ น้อมนำหลักธรรม มัชฌิมาปฏิปทา หรือทางสายกลาง ได้แก่ ความเห็น ความดำริ การเจรจา การกระทำ การเลี้ยงชีพ ความเพียร การมีสติ และการมีสมาธิ ที่เป็นไปโดยชอบ โดยถูกต้อง ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และหมั่นเพียรสร้างกุศลให้ถึงพร้อม

ในกาลเป็นที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และบุญกุศลที่ท่านทั้งหลายได้บำเพ็ญมาแล้วในวันนี้ ขอให้ได้พบเจอแต่สิ่งดีงามก่อนคนอื่นใด เหมือนพระอัญญาโกณฑัญญะ ได้เป็นผู้บรรลุธรรมเป็นพระอริยสาวกรูปแรกในพระพุทธศาสนา ขอให้เป็นผู้มีปัญญาเลิศเหมือนพระสารีบุตร มีศรัทธาที่บริสุทธิ์เหมือนพระรัฐปาล มีบริวารมากเหมือนพระมหากัสสปะ มีวิริยะเหมือนพระโสณะ…(พระโสณกุฏิกัณณเถระ) มีพละเหมือนพระโมคคัลลาน์ มีวาจาไพเราะเหมือนพระลกุณ…. (พระลกุณฏกภัททิยเถระ) มีตระกูลสูงเหมือนพระภัททิยะ มีลาภสักการะเหมือนพระสีวลี มีปฏิภาณดีเหมือนพระมหากัจจายนะ มีโรคะน้อยเหมือนพระพากุละ มีโภคะมากเหมือนอนาถบิณฑิกเศรษฐี มีผิวพรรณดีเหมือนนางวิสาขา ประกอบสัมมาอาชีพใด ๆ ไม่ขัดสน ไม่จนกว่าใคร ไม่รู้จักคำว่าไม่มีเหมือนพระอนุรุทธ์ เป็นที่สุดแห่งพุทธศาสนิกชน เหมือนพระอานนท์เป็นที่สุดแห่งพุทธอุปัฏฐาก หากปรารถนาสิ่งหนึ่งประการใด อันเป็นไปโดยชอบประกอบด้วยธรรมแล้วไซร้ ขอสิ่งนั้นทั้งปวง จงพลันสำเร็จ สมความปรารถนาจงทุกประการแสดงพระธรรมเทศนามาสมควรแก่เวลา ขอสมมติยุติลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้

Loader Loading…
EAD Logo Taking too long?

Reload Reload document
| Open Open in new tab

Download [17.00 B]

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube