คู่มือพิธีกร คู่มือบรรยาย คู่มืออบรม

คำคมและกลอนธรรมะ


ข้อคิดและคำคมธรรมะ

หน้านอก บอกความสดใส หน้าใน บอกความดี หน้าที่ บอกความสามารถ

อายุสั้น อายุยืน มีสาเหตุมาจากกรรมที่ทำมาก่อนและสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน

อาหาร ๓ มื้อที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ : มื้อเช้าบำรุงร่างกาย มื้อกลางวันบำรุงสมอง มื้อค่ำบำรุงกาม

คำว่า “ด่า” กับ “ชี้ขุมทรัพย์” เป็นคำๆ เดียวกัน แต่ใช้ไม่เหมือนกัน ถ้ามีความปรารถนาดี เป็นการชี้ขุมทรัพย์ ถ้ามีความปรารถนาร้าย เป็นการด่า

ได้เงาอย่าลืมร่ม ได้พรมอย่าลืมเสื่อ ได้เสื้ออย่าลืมใส่ ได้กำไรจากการค้าขาย ก็อย่าลืมทำบุญ

จะทำบุญทุกครั้งให้อธิษฐานจิต จะทำบุญทุกชนิดให้ตั้งจิตอธิษฐาน

ทำดีเอาไว้ให้ลูก ทำถูกเอาไว้ให้หลาน

ขอให้โชคดีมีชัยทั้งไปและกลับ

ใจจริงเข้าถึงพระพุทธ ใจงามเข้าถึงพระสงฆ์ ใจบริสุทธิ์เข้าถึงพระธรรม ใจไม่หลงเข้าถึงนิพพาน

ไม่ทำชั่วสามานย์ให้ลูกหลานเห็น โชคดีมีทรัพย์ทั้งกลับและไป

เราทำดีความดีไม่หนีห่าง
ลิขิตทางเดินเองอย่าเกรงกริ่ง
ชีวิตนี้มีค่าหากทำจริง
หากหยุดนิ่งก็คล้ายตายทั้งเป็น
วันไหนไหน ไม่สำคัญ เท่าวันนี้
เป็นวันที่ ที่สำคัญ กว่าวันไหน
วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ อย่างไร
ก็ยังไม่ สำคัญ เท่าวันนี้

อยู่อย่างต่ำ ทำอย่างสูง เป็นลักษณะอย่างหนึ่งของบัณฑิต

ของดีจะมีอยู่กับผู้มีบุญเท่านั้น เพราะของดีย่อมควรแก่คนดี หาควรแก่คนชั่วไม่

ความรักของผู้หญิง ความสงสารมาก่อน ตามด้วยความเห็นอกเห็นใจ และความรักเป็นที่สุด ส่วนความรักของผู้ชาย ความใคร่มาก่อน ตามด้วยความเห็นใจ และความสงสาร

ชีวิตคู่เสมือนหนึ่ง หนึ่งชีวิต แต่สองหัวใจ หัวใจเดียวเรื่องมากพอแล้ว ถ้าสองหัวใจมารวมกัน เท่ากับเพิ่มปัญหาชีวิตขึ้นเป็นสองเท่า จึงต้องมีน้ำยามาประสานใจ นั่นคือ ทั้งสองฝ่ายต้องยึดหลัก ๔ อ. ในการครองเรือน คือ ๑. อดทน ๒. อภัย ๓. เอาใจ ๔. อดออม (๓ อ. แรกเป็นเรื่องของคนคู่ที่จะต้องปฏิบัติต่อกัน ส่วน อ. ที่สี่ เป็นเรื่องของการบริหารเศรษฐกิจภายในครอบครัว)

คอยนึกถึง ความผิด
จะได้คิดแก้ไข
คอยนึกถึง ความดี
จะได้มีกำลังใจ
ถ้าอยากรวย อยู่อย่างรวย
ไม่มีวันรวย
ถ้ากลัวจน อยู่อย่างจน
ไม่มีวันจน

* การทำความดี ให้ความอิ่มใจในเบื้องหลัง ให้ความสมหวังในเบื้องหน้า
* รักลูกให้ถูกวิธี คือการทำดีให้ลูกดู
* การให้คือการได้มา เหมือนการออกกำลัง คือการได้กำลัง
* หญิงอกหักเพราะรักหนุ่มรวย ชายอกหัก เพราะรักสาวสวย
* วัน เวลา ทุกคนมีเท่ากัน แต่คนขยันตื่นเช้า ย่อมได้เวลายาวกว่า
* การไม่เอานั่นแหละ คือการให้อยู่ในตัว
* ตราบใดยังมีลมหายใจ ตราบนั้นก็ยังมี ความหวัง
* คนอัจฉริยะเรียนได้จากธรรมชาติ ส่วนคนฉลาดเรียนได้จากหนังสือ
* จงเก็บเล็กผสมน้อย ไม่ว่าความรู้หรือทรัพย์
* ที่ที่สงบ ย่อมไม่มีแก่บุคคลผู้มีจิตฟุ้งซ่าน มีจิตส่งไปแล้วในอารมณ์ต่าง ๆ
* บ้านไม่มีบุตรสืบสกุล บ่อไม่มีน้ำ ต้นไม้ไม่มียอด ปากไม่มีสัจจะ ย่อมเสื่อม
* วัยหนึ่งไม่เรียนรู้วิชา วัยสองไม่หาทรัพย์ วัยสามไม่รักษาศีล วัยสี่จะทำอะไรได้
* คนที่พูดปดย่อมไม่มีใครเชื่อถือ เมื่อเขาพูดจริง
* จงเปิดใจให้กว้าง ในการที่จะรับฟังคนอื่น ยอมไม่เป็น เป็นใหญ่ยาก
* เงินเป็นของมีค่าสำหรับคนที่ใช้เป็น แต่จักไม่มีค่าสำหรับคนไม่รู้จักใช้
* จะดูหญิง ให้ดูที่ความละอาย จะดูชาย ให้ดูที่ความกล้าหาญ


มงคลชีวิต และ มงคลธรรม

มงคลชีวิต

อย่านอนตื่นสาย
อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย
อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว
อย่ามั่วอบายมุข
อย่าสุกก่อนห่าม
อย่าพล่ามก่อนทำ
อย่ารำก่อนเพลง
อย่าข่มเหงผู้น้อย
อย่าคอยแต่ประจบ
อย่าคบแต่เศรษฐี
อย่าดีแต่ตัว
อย่าชั่วแต่คนอื่น
อย่าฝ่าฝืนกฎระเบียบ
อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าชื่นชมคนผิด
อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี
อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระสงฆ์องค์เจ้า
อย่าขลาดเขลาเมื่อทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว
อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าพิทักษ์พาลชน
อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี ฯ

มงคลธรรม

ถ้าท่านทำตัวแข่งกับสังคม
ทางแห่งความล่มจมกำลังจะตามมา
ถ้าท่านทำงานเห็นแก่หน้า
ท่านจะพบกับปัญหาเรื่อยไป
ถ้าท่านทำตัวเห็นแก่ได้
ท่านอย่าหวังน้ำใจจากเพื่อนฝูง
ถ้าท่านกลัวจนเกินไป
ท่านจะทำอะไรไม่ได้ความ
ถ้าท่านกล้าจนเกินงาม
ท่านจะพบกับความเดือดร้อน
ถ้าท่านขาดความพอดี
ท่านจะเป็นหนี้เขาตลอดกาล
ถ้าท่านหวังแต่ความสนุก
ท่านจะทุกข์มหาศาล
ถ้าท่านขาดความยั้งคิด
ชีวิตทั้งชีวิตจะหมดความหมาย
ถ้าท่านทำใจให้สงบ
ท่านจะพบกับความสุขที่เยือกเย็น ฯ
คนจะดีนี้ต้องฝึกและศึกษา
กายวาจาต้องอบรมบ่มนิสัย
ต้องฝึกกันให้แน่นหนักเป็นหลักชัย
ชนะภัยสาระพัดสวัสดี ฯ
คนจะดีบางทีต้องมีเพื่อน
ช่วยตักเตือนเงื่อนงำตามวิสัย
แต่บางทีเพื่อนนี้ก็เป็นภัย
เป็นปัจจัยให้เราต้องเผาเรือน ฯ
มีศีลธรรมนำเราให้เรืองรุ่ง
มีศีลธรรมสิ่งที่มุ่งย่อมได้สม
มีศีลธรรมนำให้สลายอารมณ์
มีศีลธรรมคนนิยมทั่วแผ่นดิน ฯ
คนจะดี ก็เพราะมี ดีอยู่ด้วย
ดีไม่ช่วย คนจะดี ได้ที่ไหน
ดีในคน จำต้องปน กับคนไป
ดีแต่ตน คนไม่ใช้ ก็ชวดดี ฯ
ชีวิตเรา เราลิขิต มิตรชายหญิง
ทุกๆ สิ่ง เราทำกรรม กรรมสนอง
จะชั่วดี มีหรือจน ตนครอบครอง
ทุกคนต้องรับผลกรรม ที่ทำเอง ฯ

*ลูกลืมพ่อแม่ กระแตลืมป่า หมาลืมเจ้าของ อย่าเข้าใกล้*


บทสวดมนต์ไหว้พระก่อนนอน

คำบูชาพระรัตนตรัย (กราบ ๓ ครั้ง แล้วกล่าวว่า)

๑. อิมินา สักกาเรนะ ตัง พุทธัง อภิปูชยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง ธัมมัง อภิปูชยามิ
อิมินา สักกาเรนะ ตัง สังฆัง อภิปูชยามิ
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ (กราบ)
สวากขาโต ภะคะวะโต ธัมโม, ธัมมัง นมัสสามิ (กราบ)
สุปฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ (กราบ)
มัยหัง มาตาปิตูนังวะ ปาเท วันทามิ สาทะรัง (กราบ)
ปัญญาวุฑฒิกะเร เต เต ทินโนวาเท นะมามิหัง (กราบ)

๒. นะโม ตัสสะ………..(๓ จบ)
๓. พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ…..ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
๔. อิติปิ โส ภะคะวา……….สวากขาโต………..สุปฏิปันโน
๕. กรวดน้ำ อิมินา……….
๖. นั่งสมาธิ ๑๐ นาที หรือมากกว่านั้น ตามสมควร
๗. แผ่ส่วนกุศล แผ่เมตตา
๘. กราบ ๓ ครั้ง ตั้งใจนอนหลับด้วยความมีสติ

ประโยชน์ของการสวดมนต์
๑. ทำให้อ่านหนังสือคล่อง ออกเสียงได้ถูกต้อง สมองได้รับการพัฒนา
๒. ขับไล่ความเกียจคร้าน จิตใจแช่มชื่นเบิกบาน
๓. ตัดความเห็นแก่ตัวได้ เพราะโลภะ โทสะ โมหะ ไม่เกิดขณะสวดมนต์
๔. จิตเยือกเย็นเป็นสมาธิไม่ฟุ้งซ่าน
๕. ได้ปัญญารู้หลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
๖. ถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา และได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า


พุทธภาษิตและคำสอน

ต้นไม้ให้ความชุ่มชื่นแก่ชีวิต
นกตัวนิดให้เสียงเพลงแก่โลกหล้า
ดอกไม้หอมให้ความงามผ่านสายตา
แม้ต้นหญ้าก็ยังให้ออกซิเจน
แล้วตัวเราเกิดมาในโลกนี้
ทำสิ่งดีอะไรให้โลกเห็น
กินนอนเล่นเท่านั้นหรือที่จำเป็น
ไม่ดีเด่นกว่าบรรดาต้นหญ้าเอย…
ให้รู้ไว้ เวลาว่าง สร้างประโยชน์
รู้คุณโทษ รู้สังเกต รู้เหตุผล
รู้สังคม รู้ชีวิต รู้คิดค้น
รู้จักตน ให้รู้รัก สามัคคี ฯ
เป็นอนาคต ของชาติ ที่อาจหาญ
เป็นแรงต้าน อธรรม ความกดขี่
เป็นผู้ทรง คุณค่า ประเพณี
ไม่เป็นที่ หนักใจ คนใกล้ชิด ฯ
หมู่นกจ้อง มองเท่าไร ไม่เห็นฟ้า
ถึงฝูงปลา ก็ไม่เห็น น้ำเย็นใส
ไส้เดือนมอง ไม่เห็นดิน ที่กินไป
หนอนก็ไม่ มองเห็นคูถ ที่ดูดกิน
คนทั่วไป ก็ไม่ มองเห็นโลก
ต้องทุกข์โศก เศร้าจิต เป็นนิจสิน
ส่วนชาวพุทธ ประพฤติธรรม ตามระบิล
เห็นหมดสิ้น ทุกสิ่ง ตามจริงเอย…

พุทธภาษิต

ชนะตน นั่นแหละดี
จงเตือนตน ด้วยตนเอง
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย
ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย
ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า
การสั่งสมความดี นำสุขมาให้
ฆ่าความโกรธได้อยู่เป็นสุข
การได้อัตภาพมนุษย์ เป็นของยาก
ในหมู่มนุษย์ ผู้ฝึกตนดีแล้ว เป็นผู้ประเสริฐสุด

พึ่งผู้อื่น พึ่งได้ แต่ภายนอก
ท่านเพียงบอก ชี้บอก หรือพร่ำสอน
ต้องเพียรเอง ทำเอง ทุกขั้นตอน
นี้จึงถอน ตัวได้ ไม่อับจน ฯ
งามผิวพรรณนอกนั้น
ผ่านวัย
งามอยู่ไม่เท่าไร
เปลี่ยนได้
งามในเพราะมีใจ
ยึดสัตย์ ศีลแฮ
งามอยู่ด้วยธรรมไซร้
แก่แล้ว ยังงาม…

ทุกคนมีสิทธิ์ทำผิด ฉะนั้น เมื่อรู้ตัวว่าทำผิด จงแก้ไขให้ถูกต้อง ครั้งต่อไปจะได้ไม่ทำผิด มีสติทุกเมื่อ

อันทรัพย์สินถิ่นฐานทั้งบ้านช่อง
อีกเงินทองไร่นามหาศาล
เป็นสมบัติของตัวได้ชั่วกาล
จะต้องผ่านจากกันเมื่อวันตาย
ส่วนความดีมีความสัตย์สมบัติแท้
ถึงตัวแก่กายดับไม่ลับหาย
จะสถิตติดแน่นแทนร่างกาย
ชนทั้งหลายสรรเสริญเจริญพร..
เงินกับงานการศึกษาต้องมาก่อน
อย่ารีบร้อนหารักมักจะเสีย
ถ้าขาดเงินขาดงานพาลขาดเมีย
งานไม่เสียเมียก็มาเงินก็มี

* วิชาเป็นอำนาจ มารยาทเป็นเสน่ห์
* โลกพินาศก็เพราะขาดเมตตา โลกโศกากก็เพราะมีเมตตาค้ำจุน
* นกไม่มีขน คนไม่มีความรู้ จะขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้
* อยากเป็นคนดังในอนาคต ต้องเป็นคนทรหดในปัจจุบัน
* อดีตไม่ขยัน ปัจจุบันไม่ขวนขวาย ไม่ต้องถามถึงอนาคต


อบายมุข ๖ (ผี ๖ ตัว)

ผีที่หนึ่ง
ชอบสุราเป็นอาจิณ
ผีที่สอง
ชอบเที่ยวยามวิกาล ไม่ชอบกินข้าวปลาเป็นอาหาร ไม่รักบ้านรักลูกรักเมียตน
ผีที่สาม
ชอบดูการละเล่น ไม่ละเว้นบาร์คลับละครโขน
ผีที่สี่
คบคนชั่วมั่วกับโจร หนีไม่พ้นอาญาตราแผ่นดิน
ผีที่ห้า
ชอบเล่นม้ากีฬาบัตร สารพัดถั่วโปไฮโลสิ้น
ผีที่หก
ชอบเกียจคร้านการทำกิน มีทั้งสิ้น ๖ ผีอัปรีย์เอย

วงเวียนชีวิต

คนที่ไม่เรียน
คือคนพาล
คนไม่ทํางาน
คือคนรกโลก
คนถือแต่โชค
คือคนประมาท
คนที่ฉลาด
คือคนรู้จักสร้างตนเอง
อยากเห็นต้องดู
อยากรู้ต้องถาม
อยากงามต้องแต่ง
อยากแข็งแรงต้องออกกำลังกาย
อยากดังต้องสงบ
อยากพบของจริงอย่าทิ้งพระ
คนดีชอบแก้ไข
คนจัญไรชอบแก้ตัว
คนชั่วชอบทำลาย
คนมักง่ายชอบทิ้ง
คนจริงชอบทํา
คนระยำชอบติ
การจากไป
เป็นนิยาม ของความรัก
การอกหัก
เป็นนิยาม ของความหลง
การภักดี
เป็นนิยาม ของความมั่นคง
การซื่อตรง
เป็นนิยาม ของความศรัทธา
การร้องไห้
เป็นนิยาม ของความพ่ายแพ้
การปรวนแปร
เป็นนิยาม ของความใฝ่หา
การปราชัย
เป็นนิยาม ของน้ำตา
การจากลา
เป็นนิยาม ของความจริง…

วงเวียนชีวิต

เมื่อเป็นเด็กอ่อนวัยไร้เดียงสา
ได้อ้อมอกมารดาอยู่อาศัย
ดูเริงร่าเล่นหัวไม่มัวหมอง
แม่โอบอุ้มคุ้มครองพ้นผองภัย
โลกของเด็กสดใสน่าใฝ่ปอง
เมื่อเติบใหญ่อนาคตสดใส่งาม ฯ
คึกคะนองตามประสาน่าเอ็นดู ฯ
ครั้นหนุ่มสาวพราวพร่างสอางค์โฉม
แลประโลมรูปล้ำตามสมัย
จิตเรียกร้องปองหารักสมัครใจ
เพื่อฝากกายฝากชีวิตนิจนิรันดร์ ฯ
วันและวัยเร็วสิบสามสิบผ่าน
มีการงานมีครอบครัวไม่มัวหมอง
เป็นพลังสร้างหลักฐานอันเรืองรอง
โอกาสทองยังรออยู่อย่าดูดาย ฯ
อายุก้าวผ่านไปได้ครึ่งร้อย
ได้เรียนรู้ดูโลกโชคชะตา
หกสิบปีบรรจบครบวาระ
ยศอำนาจวาสนาสารพัน
เจ็ดสิบปีผ่านไปล้วนไม่แน่
ถึงคราวจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งสรรพ์
แปดสิบ ผ่านไปไม้ใกล้ฝั่ง
อย่ายึดมั่นปล่อยวางบ้างจะดี ฯ
มีแต่ทรุดเสื่อมไปตามกาล
อันความแก่ปรากฏชัดมัดสังขาร
ทั้งโรคภัยใหญ่น้อยคอยรังควาน
จงประมาณตนไว้อย่าไกลบุญ ฯ
เก้าสิบปีแก่หง่อมมาสวมร่าง
ไม่จีรังยืนยงคงสังขาร
แม้ทรงกายก็ยังยากลำบากครัน
เป็นสัญญาณมัจจุภัยมาใกล้ตัว ฯ
เข้าร้อยปีชายนารีหนีไม่พ้น
สิ้นทุกอย่างแม้เรี่ยวแรงที่แข็งขัน
ถึงแสนรักก็ต้องร้างห่างกันที
ที่หมายมั่นมุมานะคือพระธรรม ฯ
นานไม่น้อยพบพานผ่านปัญหา
เพราะทุกคนก็ต้องตายวายเป็นผี
วันข้างหน้าอย่าประมาทกันพลาดพลั้ง ฯ
ต้องเข้าที่เรียกว่าเมรุตามเกณฑ์กรรม ฯ
(อ. ธรรมรัตน์)

เปลี่ยนตนเอง (ชีวิตอนิจจัง)

เตือนใคร
ไม่ดีเท่า
เราเตือนตัว
ฝึกอะไร
ไม่ดีเท่า
เราฝึกตัว
ฟ้องอะไร
ไม่ดีเท่า
เราฟ้องตัว
ตัดสินอะไร
ไม่ดีเท่า
เราตัดสินตัว
ดูอะไร
ไม่ดีเท่า
เราดูตัว
รู้คนอื่น
ไม่ดีเท่า
เรารู้ตัว
ชนะอะไร
ไม่ดีเท่า
เราชนะตัว ฯ

ชีวิตอนิจจัง

เปลี่ยนความร้าย
เป็น ความดี
เปลี่ยนความตระหนี่
เป็น เสียสละ
เปลี่ยนโลภะ
เป็น รู้จักพอ
เปลี่ยนความหลง
เป็น ความรู้ (แจ้ง)
เปลี่ยนความเห็นแก่ตัว
เป็น เห็นแก่ส่วนรวม
เปลี่ยนความโกรธ
เป็น เมตตา
เปลี่ยนความริษยา
เป็น ยินดี
เปลี่ยนรังเกียจ
เป็น ให้เกียรติ
เปลี่ยนพยาบาท
เป็น อภัย
เปลี่ยนเหลวไหล
เป็น จริงจัง
เปลี่ยนอยากดัง
เป็น อยากดี
เปลี่ยนลำเอียง
เป็น เที่ยงธรรม
เปลี่ยนพูดมากกว่าทำ
เป็น ทำมากกว่าพูด
เปลี่ยนแก้แค้น
เป็น แก้ไข
เปลี่ยนระเบียบวินัยไม่มี
เป็น มีระเบียบวินัย
เปลี่ยนทำลาย
เป็น สร้างสรรค์
เปลี่ยนกระด้าง
เป็น อ่อนโยน
เปลี่ยนแตกแยก
เป็น รู้รัก-สามัคคี
เปลี่ยนฟุ้งเฟ้อ
เป็น ประหยัด
เปลี่ยนประมาท
เป็น ระวัง
เปลี่ยนหวาดระแวง
เป็น ไว้วางใจ
เปลี่ยนมักง่าย
เป็น รอบคอบ
เปลี่ยนอ่อนแอ
เป็น เข้มแข็ง
เปลี่ยนขัดคอ
เป็น ขัดสี
เปลี่ยนขัดใจ
เป็น เข้าใจ
เปลี่ยนเปราะบาง
เป็น หนักแน่น
เปลี่ยนเกียจคร้าน
เป็น หนักเอาเบาสู้
เปลี่ยนศัตรู
เป็น มิตร
เปลี่ยนนินทา
เป็น สรรเสริญ
เปลี่ยนนิ่งดูดาย
เป็น ขวนขวายช่วยกัน
เปลี่ยนมองโลกแง่ร้าย
เป็น มองโลกแง่ดี ฯลฯ
Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube