คู่มือพิธีกร คู่มือบรรยาย คู่มืออบรม

กลอนอบรมธรรมะ


๑. โชคดีพระมาโปรด และ ข้อคิดเตือนใจ

โชคดีพระมาโปรด
โอกาสนี้โชคดีหนาพระมาโปรด จงเลิกโกรธเลิกหงุดหงิดเลิกริษยา
เลิกมักง่ายมลายสิ้นเลิกนินทา เลิกพูดจาลามลวนไม่ชวนฟัง
เลิกซุ่มซ่ามหยามเหยียดเลิกเกียจคร้าน เลิกเป็นพาลอวดโตคุยโอหัง
เลิกฟุ่มเฟือยเย่อหยิ่งเลิกชิงชัง เลิกเบียดบังราษฎร์หลวงเลิกลวงกัน
เลิกคิดชั่วมัวหมองคิดปองร้าย เลิกอบายมุขเป็นสุขสันต์
ฝิ่นกัญชายาเหล้าอย่าเมากัน การพนันเลิกสิ้นอย่ายินดี

ยังไม่สาย
ชีวิตไร้สาระขณะนี้ ยังไม่สายเกินที่จะแก้ไข
แม้ชีวิตเหลือน้อยลงเพียงใด ควรภูมิใจที่ได้ทำดีทัน
มีคนเห็นหรือไม่เป็นไรเล่า ควรเลือกเอาความดีที่สร้างสรรค์
มีคนเห็นหรือไม่ไม่สำคัญ ใจเรานั้นรู้ว่าดีเท่านี้พอ

มาดี-ไปดี
มาดีมีคุณธรรมประจำจิต ดีจะติดต่อตั้งเมื่อยังอยู่
ไปดีมีคุณธรรมค้ำเชิดชู ดีจะอยู่แบ่งภาคเมื่อจากไป

ให้อะไรกับโลกบ้าง?
ต้นไม้ให้ความร่มรื่นแก่ชีวิต นกตัวนิดให้เสียงเพลงแก่โลกหล้า
ดอกไม้น้อยยังให้ความชื่นบานตา แม้ต้นหญ้าก็ยังให้อ็อกซิเจน
แล้วตัวเราเกิดมาในโลกนี้ ทำสิ่งดีอะไรให้โลกเห็น
กินกามเกียรติเท่านั้นหรือที่ทำเป็น ไม่ดีเด่นกว่าบรรดาต้นหญ้าเลย

ดอกบัวเตือนสติ
เห็นบัวขาวพราวสล้างอยู่กลางบ่อ ทำให้ก่อความคิดขึ้นอย่างหนึ่ง
น้ำสกปรกและโสโครกเช่นในบึง ไฉนบัวจึงไม่เปรอะเลอะบ้างนา
ถ้าใจเราเหมือนบัวขาวที่กล่าวนั้น ก็จะพลันสูงเด่นเป็นสง่า
กายสกปรกโสโครกคล้ายป่าช้า แต่ทว่าจิตข้างในผ่องใสเอย

เพื่อนที่ดี
เพื่อนที่ดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา
เหมือนเกลือดีมีนิดหน่อยน้อยราคา ยังมีค่ากว่าน้ำเค็มเต็มทะเล

ประพฤติธรรม
ประพฤติธรรมสำคัญอยู่ที่จิต ถ้าตั้งผิดมัวหมองไม่ผ่องใส
ถ้าตั้งถูกผุดผ่องไม่หมองใจ สติใช้คุมจิตไม่ผิดนา

มองตน
โลกภายนอกกว้างไกลใครๆรู้ โลกภายในลึกซึ้งอยู่รู้บ้างไหม
จะมองโลกภายนอกมองออกไป จะมองโลกภายในให้มองตน

สามัคคี
สามัคคีรักกันฉันพี่น้อง เรื่องมัวหมองข้องใจไม่ถือสา
ให้อภัยยกโทษไม่โกรธา ต่างเมตตารักกันไม่ฟันเฟือน
ลิ้นกับฟันอยู่ด้วยกันมันกระทบ บางครั้งขบห้อเลือดเหมือนเชือดเฉือน
เพื่อนร่วมชาติเหมือนญาติอยู่ในเรือน เปรียบดังเพื่อนร่วมตายอย่าหน่ายกัน
แม้ผิดบ้างพลั้งหน่อยอย่าพลอยซ้ำ ให้ระกำช้ำจิตคิดเหหัน
ควรผ่อนสั้นผ่อนยาวเข้าหากัน จิตผูกพันฉันน้องพี่นี้ดีเอย

หนึ่งนาทีก็มีค่า / เพียงวันละนาที
การอบรมบ่มนิสัยให้ศิษย์นั้น เพียงแค่วันละนาทีก็ดีถม
ศิษย์จะดีมีค่าหรือล่มจม อาจเป็นเพราะการอบรมหนึ่งนาที


๒. พระคุณครู พระคุณแม่ และศิษย์

จากครูด้วยรัก
ฝากบทกลอนจากใจมอบให้ศิษย์ เก็บไปคิดอีกสักครั้งยังไม่สาย
ครูทุกคนยอมเหนื่อยยากลำบากกาย ขอเพียงหมายให้ศิษย์ได้เป็นคนดี

อยากได้ดี-ต้องทำดี
อยากได้ดีไม่ทำดีนั้นมีมาก ดีแต่อยากแต่ไม่ทำน่าขำหนอ
อยากได้ดีต้องทำดีอย่ารีรอ ดีแต่ขอรอแต่ดีไม่ดีเลย
ให้เธอรู้ว่าครูนี้มีความรัก แม้ศิษย์จักพลาดพลั้งไปไม่หน่ายหนี
จะอบรมพร่ำสอนจนเป็นคนดี คือสิ่งที่ครูมอบไว้ให้กับเธอ

พระคุณแม่
พระคุณแม่เลิศฟ้ามหาสมุทร พระคุณแม่สูงสุดมหาศาล
พระคุณแม่เลิศหล้าสุธาธาร ใครจะปานแม่ฉันนั้นไม่มี

ศิษย์จากไปคงได้ดี
บทสุดท้ายครูขอฝากจากดวงจิต ให้ลูกศิษย์ของครูทุกผู้นี้
จากครูไปให้ทุกคนเป็นคนดี เพียงแค่นี้จากใจครูสู่ศิษยา
การจากกันนั้นพลันจิตหวั่นไหว ชลนัยน์หลั่งลงจากวงหน้า
แม้จะต้องเสียดายอาลัยลา ครูหวังว่าศิษย์จากไปคงได้ดี

โคมทองของชีวิต (พ่อแม่คนที่สอง)
เปรียบพ่อแม่เช่นโคมทองของชีวิต ช่วยชี้ทิศช่วยนำทางช่วยสร้างสรรค์
ให้ความรักให้ความรู้ชูชีวัน ลูกจงหมั่นกตัญญูรู้แทนคุณ

คุณเอ่ยคุณครู
คุณเอ๋ยคุณครู อุตส่าห์สู้ทนสั่งและทนสอน
เพื่อให้ศิษย์มีวิชาเป็นอาภรณ์ ดับทุกข์ร้อนที่ตั้งท่ามาราวี
ส่งเสริมศิษย์ให้ดีมีคุณค่า เติบโตมามีความรู้เชิดชูศรี
เป็นดวงตาของชาติปราศไพรี คุณข้อนี้ศิษย์จำได้ไม่ลืมเอย

ใช้ทางธรรมดอกนะ
เพราะคุณครูเหมือนพ่อแม่คนที่สอง เราจึงต้องกราบไหว้ให้เหนือเศียร
ใจของครูสุกปลั่งดั่งแสงเทียน ส่องนักเรียนให้สว่างทางวิญญาณ
สมควรยิ่งที่พวกเราเฝ้าก้มกราบ รักซึมซาบในกรุณามหาศาล
เราจะรักคุณครูคู่จักรวาล แม้ลมปราณสิ้นไปไม่ลืมเอย
เว้นพ่อแม่ผูกพันรักขวัญใจ จะมีใครรักเจ้าเท่าเทียมครู
ถึงยากแค้นแสนเหนื่อยเหลือจะอ้าง ใช่เหินห่างธรรมะดอกนะหนู
เห็นศิษย์ตาดำดำอยากค้ำชู ถ่ายความรู้ให้ศิษย์ไม่ปิดบัง

เด็กดีต้องมีธรรม-ศิษย์ดีเพราะมีครู
เด็กจะดีต้องมีธรรมประจำจิต พูดทำคิดพินิจหนักรักเหตุผล
อนาคตประเทศชาติปราศมืดมน เพราะเยาวชนมีธรรมประจำใจ
ศิษย์จะดีเพราะมีครูช่วยชูเชิด ครูจะเลิศเพราะมีธรรมนำนบไหว้
ครูรักศิษย์ศิษย์เทิดครูคู่กันไป เป็นหลักชัยในชีวิตศิษย์กับครู

ดอกไม้ช่อน้อยๆค่อยๆบาน
ดอกไม้ช่อน้อยๆค่อยๆบาน งามตระการผู้พบเห็นเป็นสุขสันต์
อีกไม่นานร่วงสู่ดินสิ้นทั้งนั้น ก่อนจากกันให้ใครๆ ได้ชื่นชม
เปรียบเด็กน้อยค่อยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ทุกวันไซร้หมั่นทำดีมีสะสม
ใครพบเห็นเป็นที่น่านิยม คนยังชมแม้ล่วงลับดับขันธ์เอย

ขอกราบลงที่ตัก
เหนื่อยทั้งกายเพลียทั้งใจให้ความรู้ พระคุณครูสู้สั่งระวังสอน
หลายบทเรียนครูฝึกนึกทุกตอน ศิษย์อาวรณ์หมั่นรำลึกสำนึกคุณ
รวมพลังตั้งใจเป็นที่หมาย ใครเขาหน่ายแต่ใจครูมั่นทุกหน
เสียอะไรไม่ว่าอย่าเสียคน ศิษย์ของตนเหลวไหลไม่นิยม
ศิษย์ขอกราบลงที่ตักพร้อมรักมั่น จะขยันการศึกษาและสั่งสม
คุณธรรมทั้งหลายที่อบรม ศิษย์ระดมเร่งปฏิบัติฝึกหัดตน

ทุกคนทำโลกเป็นสวรรค์
ถ้าครูดีก็เป็นศรีสง่าชาติ ศิษย์ฉลาดรอบรู้ดูเหมาะสม
ถ้าศิษย์ดีครบถ้วนชวนนิยม ครูชื่นชมอมยิ้มเอิบอิ่มใจ
ผู้ใหญ่ดีก็เป็นศรีสง่าเด่น เด็กได้เห็นแบบอย่างทางสดใส
ถ้าเด็กดีก็เป็นศรีทวีชัย จักช่วยให้วัฒนาสารพัน
ถ้าสงฆ์ดีก็เป็นศรีสง่าศาสน์ ช่วยประกาศหลักธรรมนำสุขสันต์
ศาสนิกดีมีศรัทธาทั่วหน้ากัน โลกก็จะเป็นสวรรค์ไม่ผันแปร


๓. การอยู่ค่ายธรรมะ และ โรงเรียน

ไกลเพียงใดก็ไปถึง(ไตเติ้ลรายการ)
ไม่ว่าเป็นเส้นทางยาวไกลปานใด ทุรกันดารเพียงใด ขอเพียงท่านยินยอมเดิน ตั้งใจฝ่าอย่างแน่วแน่ ต้องมีวันบรรลุถึง ไม่ว่าอุดมการณ์ลำบากยากเย็นเพียงใด ขอเพียงท่านมีปณิธานหาญมุ่ง ต้องมีวันประสบผล
รายการเพื่อนคนทำงาน…ขอเป็นกำลังใจกับนักสู้ที่ดีทุกคน ขอให้มีกำลังใจมุ่งมั่น ต่อสู้มากว่าผู้อื่นเท่านั้นจึงจะประสบสิ่งที่มุ่งหวังในชั้นสูง

งานคือทางและจุดหมายของชีวิต
ชีวิตต้องการ “ทาง” เพื่อก้าวเดินไปสู่ “จุดหมาย”
งานทั้งหลายเป็นทั้ง “ทาง” และ “จุดหมายของชีวิต” งานในความหมายที่เป็น “ทาง” เราควรรู้วิธีที่จะเดิน งานในความหมายที่เป็น “จุดหมาย” เราควรรู้วิธีที่จะไปให้ถึง
ขอให้ศึกษาให้เข้าใจและให้มากพอในงานที่จะทำ และลงมือทำทันทีไม่ต้องรอผลัดวันประกันพรุ่ง

การอยู่ค่ายได้อะไร? / เข้าค่ายแล้วได้อะไร?
การอยู่ค่ายธรรมะในครั้งนี้ สร้างความดีเสริมความสุขกว่าสิ่งไหน
นักเรียนหลายชีวิตหลายจิตใจ ซาบซึ้งในรสพระธรรมฉ่ำชื่นใจ
การอบรมจริยธรรมในครั้งนี้ คงเป็นที่เข้าใจหายสงสัย
ว่าอะไรนั้นคืออะไร? เพื่อจะได้ทำถูกต้องและดีงาม
คำว่า “ธรรม” นั้นหรือคือหน้าที่ เป็นสิ่งที่ต้องทำถูกในทั้งสาม
ทั้งกายจิตสังคมล้วนดีงาม ก่อเกิดความสงบเย็นเป็นสุขเอย

เราเข้าค่ายร่วมกันวันแล้ว โอ้น้องแก้วเพื่อนมีจิตคิดไฉน
ร่วมเข้าค่ายครั้งนี้ได้อะไร เพื่อนำไปพัฒนาค่าของตน
อยู่ที่นี่ถึงจะมีความลำบาก แต่ไม่ยากหากคิดจะฝึกฝน
ทำสิ่งใดต้องใช้ความอดทน จึงมีผลดีงามตามมาเอย

โรงเรียน…. (เวลาและวารี)
อันเวลาและวารีมิได้มีไว้คอยใคร เรือเมล์และรถไฟย่อมแล่นไปตามเวลา
โอ้เอ้และอืดอาดมักจะพลาดปรารถนา ชวดแล้วจะโศกาอนิจจาเราช้าไป

มาอยู่ค่ายได้เพื่อนมาก
จากบ้านมาอบรมบ่มนิสัย ด้วยดวงใจมุ่งมาดปรารถนา
หวังได้เป็นเช่นคนดีมีวิชา มีเมตตาการุณและคุณธรรม
มาอยู่ค่ายได้เพื่อนกันมากหลาย แม้จะเหนื่อยก็สบายกับเพื่อนฉัน
กินนอนลงงานฐานก็ร่วมกัน สายสัมพันธ์แห่งธรรมน้อมนำใจ
เราทำงานปฏิบัติตามหน้าที่ ศิษย์เหล่านี้ชายหญิงเอาใจใส่
ดีวันนี้..ดีวันหน้าก็เพราะใคร ใช่อื่นไกลเพราะเราทำซึ่งกรรมดี

ชีวิตใหม่
ร่วมจรรโลงโครงการสู่ชีวิตใหม่ ให้สดใสกว่าเก่าที่เศร้าหมอง
แสงพระธรรมนำใจใฝ่ครรลอง เราทั้งผองปองรักสามัคคี
มีเมตตาธรรมค้ำจุนโลก พ้นทุกข์โศกโรคภัยให้สุขี
การเข้าค่ายอบรมในครั้งนี้ เป็นเครื่องชี้ทางสว่างแห่งใจตน

โรงเอ๋ย…โรงเรียน (วิทยาลัยเอ๋ย..วิทยาลัย)
เราได้เพียรได้ศึกษาได้อาศัย ทั้งเป็นที่ร่วมสมัครร่วมจิตใจ
เหนื่อยแค่ไหนก็เบิกบานสราญรมย์
ทั้งครูศิษย์ร่วมพัฒนากันพร้อมหน้า จำนรรจาเริงรื่นไม่ขื่นขม
ถึงเหนื่อยยากหากประจักษ์รักชื่นชม โรงเรียนสมเป็นสถานวิมานเอย

วันนี้หนาแลสดใสดูงามสม ใครผ่านไปผ่านมาพาชื่นชม
เพราะอบรมจริยธรรมนำจิตใจ
ทั้งครูศิษย์พระอาจารย์ต่างสุขสันต์ ร่วมมือกันทำหน้าที่มิเหลวไหล
พัฒนาโรงเรียนให้ก้าวไกล ด้วยหัวใจดื่มธรรมฉ่ำอุรา

โรงเรียนในวันนี้
ต่างก็มีความสุขสนุกสนาน ร่วมมือร่วมแรงใจกันทำงาน
ต่างประสานเชื่อมสัมพันธไมตรี
ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าก็พลันหาย สุขสบายด้วยธรรมนำสุขี
การเข้าค่ายอบรมในครั้งนี้ เพื่อโรงเรียนเรานี้ที่ดีงาม

โรงเรียนดีเพราะมีนักเรียนช่วย
โรงเรียนดีเพราะมีนักเรียนช่วย โรงเรียนสวยเพราะดอกไม้ต่างสีสัน
โรงเรียนเด่นดีได้หลายสิบพรรษ์ เพระทุกคนต่างช่วยกันพัฒนา
โรงเรียนดีต้องดีงามในสามอย่าง หนึ่งที่ทางอาคารงามตามศักดิ์ศรี
สองครูดีที่ชนเห็นเป็นปูชนีย์ สามเด็กดีทั้งหมดจึงงดงาม


๔. ฐานกิจกรรม และ อุดมการณ์นักพัฒนา

อุทิศตนเพื่องาน
ครูนักเรียนพัฒนาด้วยธรรมนำดวงจิต ทั้งห้าฐานร่วมงานปฏิบัติ
เพื่อขจัดความสกปรกรกหนีเสีย ทำงานไปแม้เหนื่อยยากก็ไม่เพลีย
เพราะแรงเชียร์จากครู-พระชนะใจ ฐานเมตตากรุณามุทิตา
อุเบกขาสุญญตาพาสดใส ปฏิบัติงานลงฐานงานก้าวไกล
ด้วยหัวใจเข้าถึงซึ่งคุณธรรม

ฐานเมตตา
ฐานเมตตาพัฒนาพาสดใส ร่วมแรงใจไม่ท้อถอยคอยช่วยเหลือ
พระอาจารย์และคุณครูต่างจุนเจือ ด้วยมุ่งเพื่อหลอมจิตให้ติดธรรม

ฐานกรุณา
ฐานกรุณาตั้งหน้าลงงานฐาน จิตเบิกบานแจ่มใสไม่หมองศรี
ทุกคนต่างทำงานกันด้วยดี จนงานนี้สำเร็จเสร็จสมใจ

ฐานมุทิตา
ฐานมุทิตายินดีปรีดาทั่ว ต่างไม่กลัวไม่ย่อท้อไม่ท้อถอย
ช่วยกันสร้างความฝันที่เฝ้าคอย ทุกคนพลอยยินดีปรีเปรมใจ

ฐานสุญญตา
ฐานสุญญตาทำใจให้มันว่าง มีพระธรรมนำทางสว่างไสว
ต่างตั้งหน้าพัฒนางานก้าวไกล รวดเร็วไวสามัคคีดีนักแล
สุญญตาแสนเบิกบานสำราญจิต หมู่มวลมิตรมุ่งทำงานกันสลอน
ไม่เคยเกี่ยงแม้ที่ลุ่มหรือที่ดอน ทุกขั้นตอนทำสำเร็จเสร็จทุกงาน

อุดมการณ์ของนักพัฒนา
งานคือชีวิต ชีวิตคืองานบันดาลสุข ทำพูดคิดพินิจหนักรักเหตุผล
มีสติปัญญาไวไม่มืดมน อุทิศตนเพื่อการงานเบิกบานใจ
เอาความดีเป็นแกนกลางทางชีวิต เอาความคิดเป็นเครื่องช่วยอำนวยผล
เอาแรงงานเป็นกลไกภายในตน นี่คือคนมีคุณค่าราคางาม
อุดมการณ์นั้นหรือคือเสียสละ ยึดธรรมะเป็นหลักชัยใจกล้าหาญ
สร้างความดีมีใจใฝ่การงาน ไม่หวังการตอบแทนที่ทำไป


๕. การทำงาน และ คุณค่าของคน

น้ำมนต์แท้นั้นคือเหงื่อ
เหงื่อนั่นแหละคือน้ำมนต์ให้ผลเลิศ นำให้เกิดสุขสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
น้ำมนต์รดรดเท่าใดไม่ช่วยคน จนกว่าตนจะมีเหงื่อเมื่อทำจริง
จงรักเหงื่อเชื่อมั่นบากบั่นเถิด หน้าที่เกิดสมบูรณ์ดีมีผลยิ่ง
เป็นพระเจ้ามาช่วยเราอย่าประวิง จะเป็นมิ่งขวัญแท้แก่ทุกคน
พระพุทธองค์ทรงเคารพซึ่งหน้าที่ ดูให้ดีเหงื่อออกมามหาผล
ใช้บูชาพระพุทธองค์มิ่งมงคล สาธุชนมีสุขเหลือเพราะเหงื่อเอย

การทำงาน 5 ขั้น
1. ทำงานเพราะความกลัวร้อนใจ ทำให้ตกไปสู่นรก
2. ทำงานเพราะต้องการรางวัล พลันตกไปเป็นเปรต
3. ทำงานเพราะถูกบังคับให้ทำ ทำให้ตกต่ำไปสู่เดรัจฉาน
4. ทำงานเพื่อความดีงาม นี่คือความเป็นมนุษย์
5. ทำงานเพื่ออุดมการณ์ นี่คือปณิธานของพระโพธิสัตว์

การงานเป็นสิ่งที่น่ารัก
อันที่จริงการงานนั้นน่ารัก ทำงานให้สนุกเป็นสุขเมื่อทำงาน
ทำงานเพื่องาน ทำหน้าทีเพื่อหน้าที่ ทำความดีเพื่อความดี
เมื่อยังไม่รู้จักก็อางขนาง (อาย, กระดาก, เขิน)
ไม่รู้จักก็ปล่อยปละแล้วละวาง บ้างร้องครางเมื่อรอหน้าว่าเบื่อจริง
แต่ที่แท้การงานนั้นน่ารัก สอนให้คนรู้จักไปทุกสิ่ง
ถ้ายิ่งทำยิ่งฉลาดไม่พลาดยิง ให้ตรงดิ่งสิ่งอุกฤษฎ์คือจิตเจริญ
การงานนี้ดูให้ดีมันน่ารัก เป็นการชักธรรมะมาน่าสรรเสริญ
คือมีสติฉันทะทมะเกิน ครั้นหยุดเพลินจิตก็ว่างทางนิพพาน

การทำงานคือการปฏิบัติธรรม
อันการงานคือคุณค่าของมนุษย์ ของมีเกียรติสูงสุดอย่าสงสัย
ถ้าสนุกด้วยการงานเบิกบานใจ ไม่เท่าไรได้รู้ธรรมฉ่ำซึ้งจริง
เพราะการงานเป็นตัวการประพฤติธรรม กุศลกรรมกถ้ำปนมามีค่ายิ่ง
ถ้าจะเปรียบก็เปรียบคนฉลาดยิง นัดเดียววิ่งเก็บนกหลายพกพา
คือการงานนั้นต้องทำด้วยสติ มีสมาธิ ขันตีมีอุตส่าห์
มีสัจจะมีทมะมีปัญญา มีศรัทธาและกล้าหาญรักงานจริง

การงานทำให้ชีวิตสดใส
อันการงานนั้นประเสริฐตรงที่สนุก ยิ่งทำงานยิ่งเป็นสุขทุกสถาน
ทำชีวิตให้สดใสใจเบิกบาน ในการงานประจำวันนั้นเองนา
เมื่ออย่างนี้มีแต่คนวิมลจิต เย็นสนิทดวงใจไร้โทสา
เกิดสังคมที่อุดมด้วยเมตตา อยากเรียกว่า “ธัมมิกสังคมนิยม”
ผลของงานล้นเหลือเผื่อแผ่ทั่ว สัตว์ทุกตัวใหญ่น้อยพลอยสุขสม
ทั้งเมืองเล็กเมืองใหญ่ได้ชื่นชม โลกระดมสุข วางทางนิพพาน

คุณค่าของคน
ค่าของคนคือคุณช่วยจุนค้ำ ค่าคนล้ำโดยคุณหนุนทุกหน
ถ้าไร้คุณไร้ค่าราคาคน เมื่อคุณล้นค่าก็ล้ำตามกันมา
คุณค่านี้มีกำหนดบทบัญญัติ คือสมบัติของคนดีมีคุณค่า
หนึ่งการงานสองธรรมสามวิชา สี่จรรยามารยาทปราศราคี
ค่าของคนมิได้นับเพราะทรัพย์มาก หรือนับจากรูปลักษณ์สูงศักดิ์ศรี
หากเกิดแต่คุณงามและความดี ผลงานที่จรรโลงให้ โลกไพบูลย์

คนสร้างงาน
คนสร้างงานงานสร้างคนผลคือสุข ไม่ต้องทุกข์ใจกายเมื่อภายหลัง
ขอทุกคนจงมาร่วมรวมพลัง เป็นความหวังหนึ่งเดียวกลมเกลียวกัน
เหงื่อไหลหยดจากกายได้ประโยชน์ ไม่มีโทษทุกข์ใจให้โศกศัลย์
ชาติอยู่ได้เพราะร่วมใจในสัมพันธ์ มาร่วมกันสู้งานเบิกบานใจ
อย่าดูถูกว่างานต่ำทำไม่ได้ อยากสบายงานดีดีมีที่ไหน
เขาก็เริ่มจากต่ำทำเรื่อยไป จึงจะได้งานสูงล้ำดั่งจำนง
เริ่มเสียเถิดแต่วันนี้ยังมีสิทธิ์ อย่าไปคิดว่าให้ได้ใจประสงค์
จึงจะเริ่มต้นใหม่ให้มั่นคง คิดพะวงจะเสียใจไปอีกนาน

ไม่มีงานไหนเซ็ง
ไม่มีงานไหนเซ็ง ถ้าเราไม่เซ็งงาน
นานดีนะมันดี ถ้าดีมันดีนาน

ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน
ทำงานใดทำให้จริงอย่าทิ้งหลัก และรู้จักกาลเวลาหาเหตุผล
ทำงานดีมีคนภักดิ์เทอดศักดิ์ตน ค่าของคนคือผลงานตระการคุณ
ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ค่าของงานอยู่ที่การกระทำ
ค่าของการกระทำอยู่ผลสำเร็จ คุณของคนอยู่พ้นจากทุกข์

กิจของคน
คนไม่เรียนคือคนพาล
คนไม่ทำงานคือคนรกโลก
คนถือแต่โชคคือคนประมาท
คนที่ฉลาดคือคนสร้างตนเอง….นี่คือกิจของคน

งานที่ทำ-คนย่อมเห็น
อันการงานสิ่งใดในหน้าที่ จะชั่วดีมีผลคนย่อมเห็น
อุตส่าห์ทำฝึกเฝ้าทุกเช้าเย็น ทำสิ่งเห็นเป็นประโยชน์นั่นแหละดี


๖. ความรู้คู่คุณธรรม และ การศึกษา

ความรู้คู่คุณธรรม
เมื่อความรู้ยอดเยี่ยมสูงเทียมเมฆ แต่คุณธรรมต่ำเฉกยอดหญ้านั่น
อาจเสกสร้างมิจฉาสารพัน เพราะจิตอันไร้อายในโลกา
แม้คุณธรรมสูงเยี่ยมถึงเทียมเมฆ แต่ความรู้ต่ำเฉกเพียงยอดหญ้า
ย่อมเป็นเหยื่อทรชนจนอุรา ด้วยปัญญาอ่อนด้อยน่าน้อยใจ
หากความรู้สูงล้ำคุณธรรมเลิศ แสนประเสริฐกอรปกิจวินิจฉัย
จะพัฒนาประชาราษฎร์ทั้งชาติไทย ต้องผนึกให้ความรู้คู่คุณธรรม

ชีวิตที่มีคุณภาพ
ชีวิตที่มีคุณภาพนั้น สร้างขึ้นหรือบรรลุถึงไม่ได้ดั่งใจในทันที แต่เป็นผลจากการเตรียมตัวและทำงานมาก่อน ดังนั้นถ้าเราปรารถนาให้ชีวิตอนาคตมีคุณภาพสูงส่ง มีความผาสุขสมบูรณ์ ก็ต้องลงมือทำงานตั้งแต่บัดนี้ การหมั่นฝึกฝนอบรมตนเอง การสร้างคุณธรรมความดีให้มีในตน การแสวงหาความรู้ ฝึกฝนความชำนาญ การพัฒนาตนเองทั้งทางกายและจิตใจ นี่คือพื้นฐานคุณภาพชีวิตในอนาคต

คุณธรรมคืออะไร?
คุณธรรมคือความสำนึกรู้-รับผิดชอบชั่วดี คือมนุษยธรรมที่ยอมรับนับถือคุณค่าของชีวิตและความเป็นมนุษย์ของทุกคนในโลก คือ มีสติควบคุมพฤติกรรมของตนเอง ทั้งในการพูด ในการกระทำ และในความรู้สึกนึกคิด ให้อยู่ในกรอบอันดีงาม ไม่มัวหมอง ความรู้ที่ขาดคุณธรรมไม่ใช่สัจธรรมเพราะนำไปสู่ทุกข์ เป็นความรู้ท่วมหัว ให้มนุษย์สำลักและวอดวาย ก่อเกิดผลร้ายกาจและรุนแรง
ความรู้ที่ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางให้คิดดี คิดชอบ พูดดีพูดชอบและทำดีทำชอบ สร้างรากฐานอันมั่นคงของอารยธรรม ทำสังคมให้สันติสุขสมบูรณ์

ศึกษาเพื่ออะไร?
การศึกษาไม่ใช่เพียงเพื่อให้คิดเป็น แต่เพื่อฝึกให้ทำเป็น ทำชอบ และทำสวยงามด้วย
– ทำเป็นคือสามารถทำด้วยฝีมือ เพราะได้ฝึกงาน ฝึกฝนทำบ่อยๆ จนชำนาญ
– ทำชอบคือทำเพื่อประโยชน์สุขของคนหมู่มาก ไม่มุ่งเฉพาะผลส่วนตัว คิดถูกทาง และคิดดีงามเท่านั้น
– ทำสวยงามนั้น คือ เริ่มต้นด้วยมีใจรักในงานที่ทำอยู่ ไม่ทำอย่างเบื่อหน่ายหรืออย่างเสียไม่ได้ เมื่อมีใจรักแล้ว ย่อมฝักใฝ่ทนุถนอมไม่ทอดทิ้ง ย่อมทุ่มเทแรงกายใจทำให้ดีที่สุด

ศึกษากันเท่าไร
โลกยุคนี้ศึกษากันเท่าไร ยุวชนรุ่นใหม่ได้คุ้มคลั่ง
บ้างติดยาเสพติดเป็นติดตัง บ้างก็ฝังหัวสุมลุ่มหลงกาม
บ้างดูหมิ่นพ่อแม่ไม่มีคุณ บ้างก็เห็นเรื่องบุญเป็นเรื่องพล่าม
บ้างลุ่มหลง LOVE FREE เป็นดีงาม บ้างประนามศาสนาว่าบ้าบอ
บ้างไปเป็นสิบปี้มีหลายชนิด บ้างทวงอิสระพ้นจนเหลือขอ
บ้างที่มีดีกรีมากโฮกฮากพอ โลกเราหนอให้ศึกษากันเท่าไร
การศึกษาที่แท้จริงเพื่อทำลายความเห็นแก่ตัว เพื่อสร้างสันติสุขให้แก่ตนเอง และสันติภาพให้แก่สังคม

วิธีการพัฒนาชีวิต
* จะปลูกพืชต้องเตรียมดิน
* จะกินต้องเตรียมอาหาร
* จะพัฒนาการต้องพัฒนาคน
* จะพัฒนาคนต้องพัฒนาที่จิตใจ
* จะพัฒนาใครเขาต้องพัฒนาตัวเราก่อน
การพัฒนาชีวิตในขั้นต้น คือ ฝึกฝนการควบคุมตนเอง ทั้งในด้านการกระทำ คำพูด และความคิดให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติอันดีงาม


๗. การต่อสู้ และ กำลังใจ

ชีวิตคือการต่อสู้
ปลาที่ว่ายทวนน้ำเพื่อความอยู่รอดของชีวิต ต้องอดทนเหนื่อยยากลำบาก แต่เพื่อความอยู่รอด เพื่อชีวิตที่คงที่ วันแล้ววันเล่าสู้อดทนว่ายทวนน้ำต่อไป มีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นก็คือวันเวลาที่มันหมดลมหายใจ จึงยังคงต่อสู้กับกระแสน้ำเชี่ยว ชีวิตของเราหากวันใดที่เราท้อแท้ยอมแพ้ มันก็ไม่ผิดอะไรกับปลาตาย วันที่ปลาตัวน้อยจะลอยตามน้ำไป คุณค่าของชีวิตที่มีคุณค่าสมค่ากับความเป็นชีวิต จะต้องเป็นชีวิตที่มีความหวัง มีความอดทน มีความพยายาม ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อแท้กับอุปสรรคขวากหนามต่างๆ

กำลังใจ-ต่อสู้-อุปสรรค
ผู้ที่ถูกหล่อหลอมด้วยอุปสรรคอันยากเข็ญ มักก้าวไปสู่ความสำเร็จเกินกว่าใคร ความยากลำบากในวันนี้ คือ หนึ่งใยเส้นเอ็นของความแกร่ง ความปวดร้าวคือพลังอันยิ่งใหญ่ ที่จะแปรเปลี่ยนเป็นแรงขับให้ก้าวหน้าสู่จุดหมาย…ที่น้อยนักผู้คนจะก้าวไปถึง อย่าท้อแท้กับอุปสรรค อย่าท้อแท้กับความยากลำบาก ที่ฝ่าโหมโถมคลั่ง จงดีใจที่เราได้พบเจอสิ่งเหล่านี้ เพราะนั่นคือการทดสอบอันรุนแรง ว่าเราจะก้าวสู่จุดสูงสุดได้หรือไม่

จะฝ่าฟันมุ่งมั่นบากบั่น
วันพรุ่งนี้มาไม่ถึงจึงแต่คอย วันเวลาจึงมีแต่แค่วันนี้
ให้โลกรู้ทำเต็มที่ไม่มีถอย เมื่อวานถอยย้อนคืนใหม่ไม่ได้เลย
ทำเต็มที่ทำเข้าไปไม่มัวเฉย ทำเต็มที่สุดหัวใจไม่ถอยเลย ไม่เฉยเมยท้อชีวิตคิดตรอมตรม
ชีวิตคนมีผิดหวังมีพลั้งบ้าง ก็เป็นอย่างธรรมดาอย่าสงสัย
อย่าท้อแท้ต่อสู้ใหม่สู้เข้าไป ฉันขอเป็นกำลังใจให้สักคน
เมื่อชีวิตผิดหวังอย่านั่งท้อ จงคิดต่อสู้เถิดจะเกิดผล
ผิดเป็นครูรู้แก้ไขให้แก่ตน เกิดเป็นคนควรต่อสู้จึงอยู่ดี

ไม่หวั่นไหว…..ไม่ท้อแท้…..ไม่ยอมแพ้
ให้มันรู้กันไปสิ เราจะทำ ทำ ทำ……ผิดหรือแก้ไข พลาดหรือสู้ใหม่ ล้มหรือลุกขึ้น
เมื่อวานผ่านมาแล้ว พรุ่งนี้ยังมาไม่ถึง วันนี้คือความเป็นจริง ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ ทำให้สุดแรง ทำอย่างเต็มตัวเต็มใจ

ขอเพียงให้มีหวังและตั้งใจ
ขอเพียงคนเรายังมีความหวัง ไกลหรือใกล้ไม่สำคัญ
มุ่งมั่นและอดทนสู้ฟันฝ่า เพื่อเริ่มคิดและลงมือทำ
ขอเพียงให้คิดและลงมือทำ ตั้งความหวังไว้ตรงจุดนั้น ทำอย่างไรจึงจะไปได้ถึง เราก็จะมีวันยืนได้
ทุกคนอยากมีความสำเร็จในชีวิต คนที่ลงมือทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้เท่านั้นจึงจะไปถึงจุดหมาย ความสำเร็จต้องรอเวลา แต่เราก็กำหนดเวลานั้นได้

จะพ่ายแพ้กี่ครั้งก็ยังสู้
มีหวังอยู่มีหัวใจให้กล้าหาญ ใจไม่ท้อกับปัญหามาพบพาน
ถึงจะคลานก็เพียงกายไม่พ่ายใจ
หากหัวใจยังสู้อยู่ไม่ถอย ไม่เฝ้าคอยโชคชะตาฟ้าสั่งให้
ขีดชีวิตถากทางสร้างเข้าไป อย่างไรให้ถึงจุดหมาย

หนีปัญหาแพ้พ่ายแต่ฝ่ายเดียว
เมื่อถอยหนีปัญหาไม่กล้าสู้ ที่เหลืออยู่คือพ่ายแพ้แก่ปัญหา
โอกาสเดียวที่ได้รับตอบกลับมา คือคำว่าแพ้พ่ายแต่ฝ่ายเดียว

จะอดทนต่อสู้
ฟ้ายังใสใจยังหวังยังต่อสู้ เมื่อใจรู้ว่าใจหวังยังมุ่งหมาย
เพราะใจหวังแม้พลาดพลั้งยังยืนกาย ไม่มีคลายความมุ่งมั่นบากบั่นไป
จะฝ่าฟันอุปสรรคแม้หนักหนา จะฟันฝ่าขวากหนามไม่คร้ามไหว
จะอดทนต่อสู้สู่ทางไป จะขีดไว้หนทางจะสร้างเอง

จะล้มกี่ครั้งก็ยังสู้
เพราะใจรู้เพราะใจหวังเพราะตั้งใจ กูจะสู้กูจะทำย้ำเข้าไว้
จะผิดพลาดผิดพลั้งใจยังสู้ ให้มันรู้กันไปจะไม่ท้อ
ถึงเหน็ดเหนื่อยหนักหนามารุกรอ ก็จะขอสู้ไปจนได้ดี
ผ่านร้อนหนาวหนักหนามามากแล้ว มาเจอแก้วในมือคือสุขศรี
สำเร็จผลกิจการงานประสานดี สมดั่งที่มุ่งหวังและตั้งใจ

ผิดพลาดไปไม่ย่อท้อ
บนเวทีชีวิตอาจผิดพลาด แต่ไม่ขลาดท้อใจไปหรอกหนา
จะต่อสู้คว้าไขว้ไม่ระอา สู้จนกว่าจะชนะจะสมใจ
จะยากเย็นเข็ญใจไม่ท้อหรอก หัวใจบอกให้เชื่อมั่นไม่หวั่นไหว
จะขวากหนามอุปสรรคจักเท่าไร ใจรู้ใจว่าความหวังยังเต็มทรวง
ก็สู้ไปก้าวไปไม่ย่อท้อ


๘. บ้าน และ นกบินหลา

บ้าน….คิดถึงบ้าน
บ้านคือถิ่น ผ่อนพัก เมื่อหนักเหนื่อย
บ้านคลายเมื่อย จากการออก ไปนอกบ้าน
บ้านคือเพื่อน ใกล้ชิด สนิทนาน
บ้านคือสิ่ง สุขสำราญ สถานเรา
บ้านคือโลก ส่วนตัว ดับความเศร้า
บ้านคือโชค อันดีงาม สถานเบา
บ้านคือเสรี ชีวิตหนึ่ง สำคัญยิ่ง กว่าสิ่งมี
บ้านเขาอื่น หมื่นแสน ในแดนหล้า
บ้านโอ่อ่า งามประจักษ์ สูงศักดิ์ศรี
บ้านของเรา เหมือนรังหนู ก็อยู่ดี
บ้านเรานี้ หลังน้อยนิด ผิดอะไร
บ้านมีไว้ เพื่ออยู่ สู้ชีวิต
บ้านหลังนิด ก็มีค่า จะหาไหน
บ้านเขาอื่น อัครฐาน สักบานใด
บ้านนั้นไซร้ คือของเขา ใช่เราครอง
บ้านของเรา เราอยู่ เรารู้จัก
บ้านของเรา เราพัก ไม่หนักสมอง
บ้านของเรา เราพอใจ เราใฝ่ปอง
บ้านของเรา เราจับจอง ประจำใจ
บ้านจะมี ความอบอุ่น มีคุณค่า
บ้านจะมี ชีวา จะหาไหน
บ้านจะเป็น ทางรอด ถิ่นปลอดภัย
บ้านฉันไซร้ คือสวรรค์ นิรันดร์เอย

การสร้างความอบอุ่นของครอบครัว ระหว่างพ่อแม่ลูก เป็นการปลูกต้นไม้แห่งสวรรค์ เป็นการสร้างสวรรค์สร้างวิมานให้เกิดขึ้นในบ้าน

บินหลา
ฉันแลดู บินหลา บนฟ้ากว้าง ประคองร่าง ลอยลม น่าชมหนอ
เจ้าบินหลา เหนื่อยนัก พักให้พอ เจ้าหยุดยอ เยี่ยมยล ยังต้นยาง
คนทั่วโลก แต่สันดาน พรานไพร หัวใจโฉด ก็ยิงโลด บินหลา ผวาร่าง
จะเสกสร้าง ถูกกระทำ ขึ้นมาใหม่ ไม่อำพราง ไฉนกัน
ขอบินหลา จงบินหลบ สงบเสงี่ยม รู้จักเจียม กายใจ อย่าไหวหวั่น
บินให้สูง บินให้สวย บินด้วยกัน รู้เท่าทัน นิสัยพราน ชำนาญไพร
เจ้าบินหลา ปีกอ่อน อย่าอ้อนออด มีทางรอด ของบินหลา ณ ฟ้าใหม่
เจ้าบินหลา อย่าท้อ บินต่อไป บินหลบพ้น ทุกข์ภัย ด้วยใจเพียร

(เจ้าบินหลาอย่าบินต่ำนัก…..นายพรานนะใจร้าย….คอยจ้องจะทำร้ายเจ้าอยู่ เจ้าจงบินด้วยความระมัดระวังเถิด
ในขณะที่เจ้ากำลังบินไปบนท้องฟ้าที่กว้างไกล ฉันกำลังเฝ้ามองเจ้าบินหลา ด้วยความใส่ใจและห่วงใย ด้วยกำลังใจที่ส่งไปไม่ขาดสาย ในการเฝ้ามองของฉัน….ฉันไม่พึงประสงค์ที่จะได้พบกับความสลดสังเวชใจ ที่เห็นเจ้าบินต่ำเกินไป…หรือเห็นเจ้าบินเลยไกลออกนอกเส้นทาง
จะพบเสรีที่เหนือโลก ก็ต่อเมื่อปีกและหางของปัญญาญาณถูกกางออก โบกบินไปเถิดที่รัก ไม่นานนักเราก็จะได้พบกัน ณ ที่ขุนเขาแห่งความสิ้นทุกข์ทรมาน)


๙. เลิกสิ่งเสพติด และ ล้มแล้วลุก

นักปลดปล่อยสิ่งเสพติด
เวทีนี้ไม่ต้องมีพี่เลี้ยง จงตัดไฟต้นลมก่อนที่จะลามไหม้เสียหายมากกว่านี้ โตแล้วสำนึกเองไม่ต้องมีพี่เลี้ยง ปฏิญาณตนเองว่าต่อไปนี้ “เลิกแล้วค่ะหนูเลิกเหลวไหลแล้วค่ะ เลิกแล้วครับผมเลิกเสพติดแล้วครับ….”

เลิกเสียเถิดยาเสพติด
เลิกเสียเถิด ยาเสพติด ชีวิตเจ้า เลิกเสียเถิด ความมัวเมา ไม่เข้าท่า
เลิกเสียเถิด ความโง่เขลา เบาปัญญา เลิกเสียเถิด ความบ้า ฆ่าตัวเอง
จงทำจิต คงมั่น อย่าหวั่นไหว เราก็ชาย หมายมาด ว่าชาติเชื้อ
โลกธรรม ขึ้นลง คงอะไร อย่าเป็นเหยื่อ สิ่งเลวร้าย หมายข่มเหง
เราก็ชาย หมายมาด ชาตินักเลง มากลัวเกรง สิ่งเสพติด ผิดทำนอง
เราจงเร่ง เปล่งประกาศ ชาตินักสู้ ให้โลกรู้ ว่าเรานี้ มีมันสมอง
มีสามัญ สำนึก คึกคะนอง ทั้งมีช่อง ทำดี ในชีวิต
เลิกเสียเถิด ขี้ยา ไม่น่าคบ รู้หลีกหลบ เร็วยิ่ง สิ่งเสพติด
เลิกเสียเถิด ขี้ยา ฆ่าความคิด เกิดเป็นหญิงเป็นชาย ล้วนมีความหมายในโลกมนุษย์
ถ้าต้องการบริสุทธิ์ผุดผ่องพ้นภัย เรามาสร้าง แผ่นดินธรรมเป็นแนวทางนำเถิด เพื่อให้เกิดแผ่นดินทอง กันนะพี่น้องชาวไทย

อุปสรรคเพื่อบารมี
เพื่อบารมีในชีวิต จงฝึกกายฝึกจิต ฝึกชีวิตให้เป็นไป
อุปสรรคมีให้สู้ อีกปัญหามีให้แก้ อย่าหดหู่อย่ายอมแพ้ อย่ายอมแหย่อยู่เรื่อยไป

ไฟหลอมทองคำ
ไฟหลอมทองคำ ให้เลิศล้ำผุดผ่อง เพื่อให้ทองเป็นทอง ไม่มัวหมองหม่นไหม้

ล้มแล้วลุกอย่าท้อ
ล้มแล้วลุก อย่าท้อ ต้องต่อสู้ ให้มันรู้ ว่าจะแพ้ สักแค่ไหน
แม้ไม่เดิน ก็แต่คลาน พอผ่านไป อาจจะถึง หลักชัย ได้สักวัน
ไม่วางเหล้า เจ้าต้องถูก คนหยามหมิ่น ไม่วางพนัน เจ้าต้องสิ้น ทรัพย์สูญหนี
ไม่วางเที่ยว เจ้าต้องห่าง จากทางดี ไม่วางมั่ว เมาสตรี ต้องมีภัย
ล้มแล้วลุก อย่าท้อ ต้องต่อสู้ ประสบการณ์ เป็นครู ให้เลื่อนขั้น
จะล้มค่อย ล้มคะมำ ไม่สำคัญ ขอเพียงอย่า ล้มตะบัน เท่านั้นพอ


๑๐. ทางของคนกล้า และ ทะเลชีวิต

เจ็บแต่โอเค… คนกล้า
จงก้าวไป แม้ไฟ จะไหม้โลก บนเส้นทาง แยบยล ของคนกล้า
จงก้าวไป แม้โชค จะอับเฉา ต้องฟันฝ่า ความลำบาก และขวากหนาม
จงก้าวไป แม้ใคร จะด่าเรา เพื่อมุ่งสู่อนาคต อันงดงาม
จงก้าวไป แม้เขา เฝ้านินทา ต้องยืนหยัด พยายามในปัจจุบัน
จงก้าวไป เพื่อชาติ ศาสน์กษัตริย์ ในบางคราว ก้าวพลาด มีบาดแผล
จงก้าวไป เพื่อขจัด มวลปัญหา อย่ายอมแพ้ บนหนทาง ที่สร้างสรรค์
จงก้าวไป เพื่อมุ่งงาน พัฒนา ใครเล่าอยู่ ยืนยง คงกระพัน
จงก้าวไป เพื่อประชา ชาติไทยแล จงเท่าทัน ทุกข์ทน ในหนทาง
อย่าหวังเด่น หวังดัง หวังมีชื่อ ซึ่งแน่นอน ในระหว่าง เส้นทางสู้
อย่าดึงดื้อ ถือรั้น ว่าฉันแน่ ความทุกข์ยาก ย่อมมีอยู่ ทุกเยื้องย่าง
อย่าน้อยใจ ใครเตือน อย่าเชือนแช เพียงระวัง เวียนวก ตกหลุมพราง
อย่ายอมแพ้ เมื่อไม่ได้ สมใจตน เดินไปอย่าง แยบยล ทั้งต้นปลาย
อย่าหยุดยั้ง ความคิด เพื่อช่วยชาติ ถ้าไม่ก้าว ไปข้างหน้า อย่างกล้าหาญ
อย่าขี้ขลาด จงอยู่ สู้เหตุผล เพราะกลัวการ ล้มคว่ำ คะหงาย
อย่าหวังลาภ หวังรวยด้วยเล่ห์กล ก็เอาเถิด หยุดยอ พอสบาย
อย่ากลัวจน ปัญญา พัฒนาชาติไทย แล้วก็ตาย เปล่าปลื้ม หนึ่งชีวิต
เมื่อมุ่งหน้า กล้าก้าว อย่างห้าวหาญ ให้ทนทาน ทุกข์ท้าทาย ทั้งกายจิต
แม้เพื่อนร่วม แรงใจ คนใกล้ชิด จะถอยทัพ กลับทิศ ก็ช่างเธอ
ฉันยอมรับ ว่าบาดเจ็บ แต่เพียงเพื่อ โลกสุขพร้อม แต่เพื่อโลก ล้ำเลิศเลอ
หนาวเหน็บเนื้อ ฉันยอมเสมอ ฉันยินดี

หนึ่งชีวิต ทะเล-ฟ้าใส
ท้องทะเลฟ้าใสใส ขอบฟ้าไกล ในจุดนั้น
ท้องทะเลก็คือตัวฉัน ต้องฝ่าประจัน สิ่งอันมากมาย
ท้องทะเลคือชีวิต ใครขีดลิขิต เป็นทางเดินไปไหน
บางครั้งก็ราบรื่นเหลือใจ บางครั้งเจอคลื่นใหญ่ เหมือนในท้องทะเล
ฟ้าใสใสคือใจที่หวัง มุ่งหมายไปยัง จุดหนึ่งซึ่งฝัน
คือจุดมุ่งหมาย ที่หวังที่ฝันกัน ก็คือสิ่งที่ฉันมุ่งหมายจะไป
ทะเลกับฟ้าใส กับหัวใจ หนึ่งดวงนี้
ผิดพลาดผิดพลั้ง ก็เคยมี ลุกล้มก็หลายที มีอยู่ในชีวิต
ท้องละเลยังมีคลื่น มีชีวิต มีขึ้น มีขมเหมือนกัน
ฟ้ายังใส หัวใจยังมีหวัง ชีวิตก็เหมือนดั่ง ฟ้าและท้องทะเล
ชีวิตก็เหมือนดั่ง ฟ้าและท้องทะเล เพื่อจะได้ มุ่งสู่ ประตูธรรม

เหมือนจะคอยใครคนหนึ่ง
เฝ้าเหม่อลอย เหมือนจะคอย ใครคนหนึ่ง คนผู้ซึ่ง เคยรัก สมัครมั่น
คนผู้ซึ่ง เคยเว้า เข้าใจกัน คนผู้ซึ่ง ตัวฉัน เคยมั่นใจ
อยากจะให้ เขาอยู่ เหมือนอย่างเก่า อยากให้เป็น ร่มเงา อยู่เคียงใกล้
อยากให้เป็น ประทีบทอง ส่องทางไกล


๑๑. มิตรภาพ และ วันอำลา

เพื่อน…เพื่อน…เพื่อน..
สิ่งที่แลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อน มีมากกว่าวัตถุ สิ่งของเงินทอง รากฐานที่สำคัญคือน้ำใจไมตรี คือความรัก ความสนใจใยดี ปรารถนาเพื่อให้เป็นสุข ห่วงใยเมื่อเพื่อนมีทุกข์ร้อน พลอยปลื้มปิติด้วยเมื่อเพื่อสัมฤทธิ์ผล เมื่อเพื่อนมีปัญหาก็ช่วยแก้ ไม่ละทิ้งยามยากลำบาก นี่คือความจริงใจและความบริสุทธิ์ใจที่ควรมีต่อเพื่อน
เมื่อเราทำตนเป็นเพื่อนที่ดีแล้ว ควรหวังได้ว่าจะไม่ขาดเพื่อนที่ดี ผู้ที่คร่ำครวญว่าไม่มีใครจริงใจด้วย ควรสำรวจตัวเองว่า มีความจริงใจกับใครหรือเปล่า ทำตนเป็นมิตรแท้ของใครสักคนหรือเปล่า หรือเมื่อเราได้ผูกเป็นมิตรที่ดีแล้ว เราได้รับรู้และสำนึกคุณค่าของมิตรภาพหรือเปล่า
อันที่จริงนั้น เรามีมิตรแท้ตั้งแต่เยาว์วัย พ่อแม่เป็นยอดปิยมิตรของลูก ให้ทั้งน้ำนมข้าวน้ำ ไออุ่นของอ้อมแขน และความรักใคร่เอ็นดู ครูอาจารย์ก็เป็นกัลยาณมิตรของศิษย์ ปรารถนาจะเห็นศิษย์มีสติปัญญากล้าแข็ง ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ ชี้แนวทางปฏิบัติเพื่อความสำเร็จในชีวิต
การรับรู้และสำนึกในคุณค่าของพ่อแม่และครูอาจารย์ จะเป็นรากฐาน ให้เราได้เรียนรู้จักรับรู้และสำนึกในคุณค่าของมิตรภาพที่แท้จริงในชีวิต
เราอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ ต้องอาศัยเพื่อน จงสามัคคี เมตตารักและให้อภัยกัน

เพื่อนที่ดี
เพื่อนที่ดี มีหนึ่ง ถึงจะน้อย ดีกว่าร้อย เพื่อนคิด ริษยา
เหมือนเกลือดี มีนิดหน่อย น้อยราคา ยังมีค่า กว่าน้ำเค็ม เต็มทะเล
เพื่อนเพราะกิน เหล้าด้วยกัน นั้นมีมาก เพื่อนแต่ปาก สักว่าเพื่อน ก็เกลื่อนหลาย
ส่วนเพื่อนใด มีกิจ ช่วยจนตาย นั่นแหละเพื่อน เกิดมากมาย อย่าเชือนเอย

เป็นเพื่อนดี
มีความจริงใจ เป็นที่พึ่งพา ยามทุกข์มีภัย วาจาไพเราะ ให้สติตักเตือน
ด้วยเสน่หา เป็นที่ปรึกษา ปัญหาสารพัด คอยสงเคราะห์เพื่อน คอยช่วยกำจัด
เรื่องร้ายนาน เป็นผู้ร่วมทุกข์ คราวสุขร่วมใจ ตายแทนกันได้ รักไม่โรยรา

เลือกคบคนให้ดี
คบคนพาล พาลพา ไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพา ไปหาผล
คบคนชั่ว พาตัว ให้มืดมน เกิดเป็นคน คบใคร ควรไตร่ตรอง

เพลงเพื่อน / เพื่อนเอย
บทเพลงมอบให้เพื่อน เป็นบทเตือนถึงความฝัน แม้หนทางจะต่างกัน แม้ความฝัน จะต่างใจ
อยู่แห่งไหน ไม่เคยลืม ไม่เคยเลือน คิดถึงเพื่อน คิดถึง วันก่อนเก่า
คิดถึงวัน เวลาที่ มีพวกเรา แม้นานเนา ไม่เคยเลือน ยังเตือนใจ
แล้วเรา ก็ไป ตามความ ใฝ่ฝัน แล้วเรา จากกัน เพราะฝัน ต่างไป
แล้วเรา ต่างเดิน สู่จุด มุ่งหมาย แล้วเรา ก็ไป ตามทาง ของตัว
บทเพลง มอบให้กัน แทนใจกัน ว่าพวกเรา แม้จะเนิ่น แม้นานเนา คือพวกเรา คือเพื่อนกันไม่ทิ้งกัน
เราสอง ต้องจาก กันไกล จากไป จากกัน วันนี้
ความรัก ผูกพัน ที่เรามี จะยังมี อยู่ในใจ ไม่เสื่อมคลาย

วันอำลา..เพื่อนรัก…
ลาก่อนเพื่อนเอ๋ย……..ลาแล้วเอย สำหรับวันนี้ แต่วันหน้า เราสอง เวลาของเรา ต้องมี
เพราะเวลาที่ ผ่านไป เราไม่เคยลืม
วันไม่อยาก ให้มา ก็มาถึง กิน นอน เที่ยว เล่น แต่เช้า ถึงเย็น พากเพียรวิชา
วันที่ซึ่ง จำพราก จากทุกสิ่ง ถึงวันนี้ เราจากกัน ก็เพื่อการศึกษา
วันที่ต้อง ห่างเหิน เกินประวิง เพื่อวันข้างหน้า ของชีวิต พิชิตความจริง
วันที่ยิ่ง ปวดร้าว หนาวอารมณ์ การต่อสู้ อยู่บนโลก มีโศกเศร้า
เคยร่วมเล่น ร่วมเรียน เพียรศึกษา มีคลุกเคล้า รอยยิ้ม อิ่มแก้มใส
ร่วมศรัทธา ร่วมทุกข์ ร่วมสุขสม มีทุกข์ สุข ปะปนบ้าง ฝ่าทางไป
ร่วมสร้างสรรค์ ปัญญา ค่านิยม ต่อสู้ต่อไป ตามหนทางไป ตามทางของใคร ที่ใฝ่ ที่ฝัน
ร่วมอุดม นิยาม แห่งความดี เราจากกัน ก็เพื่อวันจะมาพบ
บนเส้นทาง ก้าวผ่าน เนิ่นนานนับ หนทาง ยังไม่จบ หรอกนะ ทางเดินชีวิต
อาจถูกดับ ฉากฝัน บรรเจิดสี หนทางของใคร ห่างไป ไปเขียนลิขิต
อาจเรืองรอง ส่องความ งามขจี ไปขีดชีวิต ไปเขียนชีวิต ตามทางของฉัน ของเธอ
สายไมตรี สุดปลื้ม ยากลืมเลือน ลาก่อนเพื่อนเอ๋ย….แต่จำไว้เลย วันหน้าวันนั้น
รักสถาบันนี้… เพียงใด จำใจจาก ถึงหนทาง ของฉัน ต่าง กัน กับ เธอ
แต่จะมีเสมอ หนทางของเรา สองคน เราจะเจอ เราจะพบ พบกันใหม่
พบกันใน ช่วงเวลา ของเพื่อนรัก ในทางเดินของฉัน ในทางเดินของเธอ
เพียงขอฝาก สร้อยทอง คล้องใจเพื่อน สร้อยสัมพันธ์ สุดซึ้ง จะตรึงเตือน
ให้เราเหมือน อยู่ร่วมกัน นิรันดร จะมีอยู่เสมอ เวลาในช่วง ของเรา

ชีวิตไร้จุดหมาย…ก็อายปลา
ครีบปลา นำปลา ว่ายไป แห่งไหน ไปได้ ซ้ายขวา
คนก็ เช่นเดียว กับปลา แขนขา นำร่าง พาไป
ต่างกับปลา ตรงที่ ความคิด ว่าชีวิตจะ ไปไหน
จะทำ อะไร อย่างไร ถ้าไร้ จุดหมาย ก็อายปลา

Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube