ธรรมเทศนา ตัวอย่างเทศน์ ตัวอย่างธรรมเทศนา

เทศนาทำบุญอุทิศ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ

เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรนฺติ

บัดนี้ จักแสดงพระธรรมเทศนา อนุโมทนากุศลราศีที่คณะท่านเจ้าภาพในฐานะบุตรธิดาของคุณ……………………ผู้เป็น………ล่วงลับได้มีจิตเป็นกุศลเพื่อจะสนองคุณบิดามารดาได้จัดงานบำเพ็ญกุศลศพขึ้นโดยจัดให้มีการสวดพระอภิธรรม เป็นจำนวน………..คืน ทั้งนี้ด้วยแรงแห่งความกตัญญูเป็นเหตุบันดาลใจหวังจะให้ท่านได้รับความสุขในสถานที่เกิดนั้นๆแม้จะตระหนักดีว่า เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างแต่สิ่งซึ่งเป็นกุศลไว้มาก ซึ่งบรรดาบุตรธิดาต่างเชื่อแน่ว่าท่านจักต้องสถิตอยู่ในสรวงสวรรค์อย่างแน่แท้ แต่ด้วยแรงกตัญญูดังกล่าวแล้วพร้อมทั้งความดีของท่าน ได้ช่วยเป็นพลังให้ท่านเจ้าภาพจัดงานบำเพ็ญกุศลศพเป็นเวลาถึง…….คืนด้วยกันถือได้ว่าเป็นการเทิดทูนบูชาพระคุณ และเป็นการอนุกูลท่านให้ประสบความสุขยิ่งขึ้นนับว่าท่านเจ้าภาพได้ปฏิบัติตนสอดคล้องต้องกับพระพุทธภาษิต ที่ได้ยกขึ้นตั้งไว้ ณ เบื้องต้นว่า

เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ

แปลว่า เมื่อนึกถึงท่านผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ก็ควรจะบำเพ็ญกุศลอุทิศไปให้ท่าน ดังนี้

คณะท่านเจ้าภาพในฐษนะบุตรธิดา ได้ตระหนักถึงคุณงามความดีของท่านผู้เป็น…….จึงได้พร้อมใจกันจัดงานบำเพ็ญกุศลครั้งนี้ขึ้นด้วยจุดประสงค์ ๓ ประการ คือ

๑. เพื่อเทิดทูลคุณงามความดีของท่าน

๒. เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีในฐานะลูกหลานที่ดี

๓. เพื่ออุทิศกุศลส่งไปเสริมความความสุขให้แก่ท่านอีกส่วนหนึ่ง

การกระทำของบุตรธิดาในครั้งนี้ถือเป็นการประกาศเกียรติคุณของตนเองอีกส่วนหนึ่งไว้ได้ทำหน้าที่ของตนเองในฐานะบุตรธิดาอย่างสมบูรณ์แบบและเป็นการทำตระกูลนี้ให้มีชื่อเสียงสูงส่งยิ่งขึ้น สมกับคำประพันธ์ที่ว่า

มีลูกดีเป็นศรีสง่าหน้า

ญาติวงศ์พงศาก็ผ่องใส

ถึงเพื่อนญาติมิตรสหายที่ใกล้ไกล

ก็พอใจสรรเสริญเจริญพร

ท่านว่าตระกูลไหนก็ตามที่พ่อแม่มีลูกดี พ่อแม่นั้นก็นับว่าเป็นผู้มีบุญ ลูกคนไหนได้พ่อแม่ดีลูกคนนั้นก็นับว่าเป็นคนมีวาสนา ทั้งหมดก็ล้วนอาศัย ปุพเพกตปุญญตา คือบุญเก่าที่ได้สร้างในชาติปางก่อนเป็นสำคัญ และพร้อมกับความดีที่ได้บำเพ็ญในชาติปัจจุบันเข้าช่วยสนับสนุนด้วย

หากจะมีคำถามว่า บุญกุศลที่อุทิศไปนี้จะถึงแก่ผู้ตายหรือไม่ แก้ว่าบุญจะถึงหรือไม่อย่างไร ก็อยู่ที่องค์ประกอบ ๓ หลักด้วยกัน คือ

๑. ท่านเจ้าภาพทำบุญแล้ว ก็อุทิศส่งไปให้

๒. ท่านผู้ตายรับบุญกุศลส่วนนั้น

๓. สมบูรณ์ด้วยทักขิเณยยบุคคล ผู้ประกอบด้วยศีลธรรม

ถ้าตรงตามหลัก ๓ อย่างนี้แล้ว บุญก็จะถึงแก่ผู้รับเป็นแน่ อุปมาดุจการส่งจดหมาย ที่จะถึงแก่ผู้รับได้นั้นต้องประกอบด้วยหลัก ๓ ประการเหมือนกันคือ

๑. ต้องจ่าหน้าซองให้ถูกต้องชัดเจน

๒. มีผู้รับจดหมายนั้น

๓. บุรุษไปรษณีย์นำจดหมายส่ง ตามที่จ่าหน้าซอง

ท่านสาธุชนทั้งหลาย ทุกคนที่เกิดมาแล้ว สุดท้ายปลายทางของชีวิตก็คือความตายไม่มีใครจะอยู่ค้ำฟ้า โลกนี้จึงเปรียบเสมือนบ้านเช่า ธรรมดาบ้านเช่า เมื่อผู้เช่าหมดสัญญาแล้วก็ต้องย้ายไปหาที่อื่นอยู่ต่อไปใหม่ สิ่งของทั้งหลายที่ประจำบ้านเช่าต้องอยู่ที่เดิมผู้เช่าจะถือกรรมสิทธิ์นำไปหาได้ไม่ นอกจากของตัวเท่านั้น วันใดคนเราเมื่อจากโลกนี้ไปแล้ว ก็เหมือนจากบ้านเช่า บรรดาทรัพย์สินทุกชนิดก็ต้องทิ้งไว้ในโลกนี้ในลักษณะจำยอม ส่วนสมบัตส่วนตัวอันได้แก่กรรม คือ ความดีและความชั่วที่ตัวทำไว้ก็จะตามติดไปสู่ภพหน้าได้ สมกับที่ท่านว่า สยํ กตานิ ปุญญานิ ตํ มิตฺตํ สมฺปรายิกํ แปลว่า บุญที่ทำไว้ด้วยตนเองจะเป็นมิตรติดตามไปในภายภพหน้า

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า กรรมเป็นเรื่องสำคัญมากสำคัญยิ่งกว่าสมบัติภายนอกมากนัก เหตุนี้จึงไม่ควรประมาทในชีวิต ควรรีบบำเพ็ญกิจคือบุญกุศล เตรียมตัวเตรียมใจไว้เสียแต่เนินๆ การเตรียมตัวนั้นโบราณบัณฑิตท่านวางหลักไว้ ๔ ประการ คือ

๑. รักษาหน้าที่อย่างเคร่งครัด

๒. ตัดความอาลัย

๓. ไร้ความกังวล

๔. สนใจธรรมะ

อธิบายย่อๆว่า ข้อที่ ๑ รักษษหน้าที่อย่างเคร่งครัดนั้นหมายความว่า ทุกคนมีหน้าที่ด้วยกันทั้งนั้น เช่นเป็นพ่อ แม่ ทหาร ตำรจ นักบวช เป็นราษฎร ใครมีหน้าที่อย่างไร ก็พยายามทำหน้าที่นั้นให้เรียบร้อยทุกประการ

ข้อที่ ๒ ตัดความอาลัย หมายถึงเมื่อเข้าสู่วัยชราแล้วต้องหมั่นสร้างบุญกุศล พยายามละความอาลัยอาวรณ์ในทรัพย์สมบัติ ตลอดจนบุตรธิดา

ข้อที่ ๓ ไร้ความกังวล คืออย่าไปกังวลกับร่างกายเกินไป เช่นเรื่องความแก่ ความเจ็บไข้ได้ป่วย จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ ผลสุดท้ายจะทำให้แก่เกินวัย หรือที่เจ็บน้อยก็จะเจ็บมาก เพราะเสียกำลังใจ

ข้อที่ ๔ สนใจธรรมะ เพราะธรรมะเป็นยาใจ เป็นแสงสว่างที่จะส่องวิถีชีวิตให้เจริญก้าวหน้าต่อไปได้ พร้อมทั้งเป็นยานพาหนะที่สามารถจะนำพาไปสู่สวรรค์ นิพพานได้อีกด้วย

ผู้ที่ได้เตรียมตัวโดยตั้งอยู่ในหลัก ๔ ประการนี้แล้ว ก็หวังว่าอนาคตของผู้นั้นจะสมบูรณ์ด้วยความสุขตลอดไป

อนึ่งในการบำเพ็ญกุศลศพของ……………………ผู้ล่วงลับไปนั้น ในขณะนี้ท่านได้สอนสาธุชนไว้ว่า…….

ดวงตากลมเคยคมวาวต้องมาขุ่นขาวเป็นฟางฝ้า

ฟันเคยเรียบเหมือนระเบียบมุกดาต้องกลายกลับมาเหลือแต่เหงือกแดงๆ

อีกเส้นผมที่เคยดำขลับต้องกลายกลับมาแลดูขาวเป็นแป้ง

ผิวเคยตึงประหนึ่งผิวแตงต้องมาเหี่ยวแห้งไม่จำเริญนัยน์ตา

สรุปใจความตามที่คณะท่านเจ้าภาพได้รวมจัดงานบำเพ็ญกุศลศพคุณ…………….ด้วยแรงแห่งความกตัญญูกตเวทีนี้ และด้วยความปรารถนาดีที่จะให้ท่านได้รับความสุขยิ่งขึ้นไปอีกตามวิสัยบุตรธิดาที่ดี ด้วยบุญกุศลที่บำเพ็ยนี้ก็จะเป็นพลังบันดาลให้ท่านได้รับสุขสมประสงค์

อนึ่งเนื่องจากทุกคนที่เกิดมา จำต้องจากโลกนี้ไปในที่สุด ฉะนั้นจึงต้องเตรียมตัวหาที่พึ่งต่อไปในภายหน้าด้วยการตั้งอยู่ในหลัก ๔ ประการคือ

๑. รักษาหน้าที่อย่างเคร่งครัด

๒. ตัดความอาลัย

๓. ละความห่วงใย

๔. สนใจธรรมะ

เพื่อจะได้เตรียมตัว เตรียมใจไว้ก่อนตาย เช่นนี้แล้วก็มีหวังว่าอนาคตของผู้นั้นจะต้องแจ่มใส หากวาสนาบารมีแก่กล้าก็จะประสบสุขชั้นยอด คือ มรรค ผล นิพพาน

ขออำนาจกุศลบุญราศีที่คณะท่านเจ้าภาพซึ่งมีบุตรธิดาพร้อมทั้งปิยมิตรได้รวมกันบำเพ็ญกุศลศพครั้งนี้ จงเป็นผลดลบันดาลให้…………..ประสบสุขในสรวงสวรรค์ สมดังความประสงค์จงทุกประการ และขอให้ท่านเจ้าภาพทุกท่านพร้อมทั้งสาธุชนทั้งหลายในสมาคมนี้ จงเจริญศรีสวัสดิ์พิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ในสิ่งที่ตนปรารถนาจงทุกประการ

รับประทานวิสัชนาพระธรรมเทศนา ตามกาลนิยมสมควรแก่เวลา ขอยุติพระธรรมเทศนาลงคงไว้แต่เพียงเท่านี้ เอวํก็มีด้วยประการฉะนี้

ที่มา: พระสนอง อภินนฺโท
Facebook Twitter Instagram Linkedin Youtube